
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เผยรายงานการประชุมวันที่ 18-19 ธ.ค. 2568 ระบุว่า กรรมการรายหนึ่งเห็นว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ BOJ อาจช่วยสกัดไม่ให้ดอกเบี้ยระยะยาวพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี
ในการประชุมครั้งนั้น BOJ มีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปีที่ราว 0.75% จากเดิม 0.50% โดยประเมินว่ามีโอกาสสูงขึ้นที่เงินเฟ้อจะแตะเป้าหมาย 2% ตามที่ตั้งไว้
รายงานการประชุมที่เผยแพร่วันนี้ (28 ม.ค.) ระบุความเห็นของกรรมการรายดังกล่าวว่า เงินเยนที่อ่อนค่าและดอกเบี้ยระยะยาวที่สูงขึ้น สะท้อนว่าดอกเบี้ยนโยบาย “ต่ำเกินไป” เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อ
“หากขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้ทันท่วงที ก็อาจช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อในอนาคต และคุมดอกเบี้ยระยะยาวให้ลดลงได้” กรรมการระบุเสริม
ขณะนี้พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นและเงินเยนถูกเทขายอย่างหนัก เนื่องจากตลาดกังวลเรื่องสถานะการคลังหลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ เน้นนโยบายการใช้จ่ายแบบขยายตัว ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเคลื่อนไหวสวนทางกับราคาพันธบัตร
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หลัง BOJ คุมเข้มนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ดอกเบี้ยระยะยาวได้พุ่งแตะ 2.020% นับเป็นระดับปิดที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2542
รายงานยังระบุว่า กรรมการบางส่วนมองว่าในการพิจารณาว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่นั้น BOJ ควรดูผลกระทบจากเงินเยนอ่อนค่าที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานด้วย แม้การดูแลค่าเงินจะไม่ใช่เป้าหมายโดยตรงของนโยบายการเงินก็ตาม
ทั้งนี้ แม้เงินเยนอ่อนค่าจะช่วยเพิ่มกำไรจากต่างประเทศให้ผู้ส่งออกเมื่อแลกกลับเป็นเงินเยน แต่ขณะเดียวกันก็เร่งเงินเฟ้อให้สูงขึ้นเพราะต้นทุนนำเข้าแพงขึ้น ซึ่งกระทบต่อภาคครัวเรือนผ่านค่าครองชีพที่พุ่งสูงตาม
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ม.ค. 69)





