แพทย์สหรัฐฯ เจ๋ง ใช้ “ปอดเทียม” พยุงชีพผู้ป่วยไร้ปอด 48 ชม. ก่อนปลูกถ่ายสำเร็จ

วารสารทางการแพทย์ Med รายงานความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการใช้ระบบปอดเทียมภายนอกพยุงชีพผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องตัดปอดทิ้งทั้งสองข้าง โดยสามารถยื้อชีวิตได้นานถึง 48 ชั่วโมง เพื่อรอจนผ่าตัดปลูกถ่ายปอดได้สำเร็จ

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2566 ผู้ป่วยชายวัย 33 ปี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนอร์ทเวสเทิร์น เมโมเรียล ในสหรัฐอเมริกา หลังป่วยด้วยภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (ARDS) ก่อนที่อาการจะทรุดหนักจนเกิดภาวะปอดอักเสบแบบเนื้อตายและติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง แม้จะใช้เครื่องช่วยหายใจแต่อาการกลับแย่ลง จนส่งผลให้เกิดภาวะไตวายและหัวใจหยุดเต้นตามมา

เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่หาได้ยากและวิกฤตเช่นนี้ ทีมแพทย์นำโดย ดร.อังกิต ภารัต ศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งโรงเรียนแพทย์ไฟน์เบิร์ก มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นในชิคาโก ได้ตัดสินใจใช้วิธีผ่าตัดนำปอดที่ติดเชื้อออกทั้งหมด และติดตั้งระบบปอดเทียมที่พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อประคองสัญญาณชีพของผู้ป่วยไว้แทน

ผลปรากฏว่า ภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง อาการของผู้ป่วยเริ่มฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยดร.ภารัตระบุว่า ระบบไตกลับมาทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ขณะที่หัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติและไม่ต้องพึ่งยาช่วยเพิ่มความดันโลหิตอีกต่อไป จนในที่สุดผู้ป่วยรายนี้ก็ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายปอดทั้งสองข้าง และมีอาการคงที่โดยไร้สัญญาณการต่อต้านอวัยวะหรือความบกพร่องในการทำงานของปอดมาจนถึงปัจจุบัน

ทางด้าน ดร.นาตาชา โรเจอร์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกถ่ายอวัยวะจากโรงพยาบาลเวสต์มีด ประเทศออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่า วิศวกรรมของระบบปอดเทียมนี้น่าทึ่งมาก และชื่นชมทีมแพทย์ว่ามีความเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม ดร.โรเจอร์สตั้งข้อสังเกตว่า การนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในวงกว้างยังคงเป็นเรื่องยาก เนื่องจากต้องอาศัยทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลายสาขา ซึ่งมีเฉพาะในโรงพยาบาลขนาดใหญ่เท่านั้น ขณะที่ ดร.ภารัตแสดงความหวังว่า นวัตกรรมนี้จะกลายเป็นทางเลือกในการช่วยชีวิตผู้ป่วยวิกฤตที่กำลังรอคอยการปลูกถ่ายปอดได้มากขึ้นในอนาคต

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ก.พ. 69)