
ตำรวจสหราชอาณาจักร (UK) ประกาศเริ่มการสืบสวน ปีเตอร์ แมนเดลสัน อดีตเอกอัครราชทูต UK ประจำสหรัฐอเมริกา ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังมีข้อครหาว่าเขาแอบส่งข้อมูลสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดให้แก่เจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้กระทำความผิดทางเพศที่เสียชีวิตไปแล้ว
สำนักงานตำรวจนครบาลลอนดอนแถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (3 ก.พ.) ว่า การสืบสวนครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังจากได้รับรายงานเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งรวมถึงเรื่องที่รัฐบาล UK ส่งต่อมาให้
รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ได้ส่งมอบหลักฐานให้แก่ตำรวจเพื่อตรวจสอบว่า แมนเดลสันลักลอบส่งข้อมูลให้เอปสตีนในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจหรือไม่ โดยนายกฯ สตาร์เมอร์ได้กล่าวต่อคณะรัฐมนตรีว่า พฤติกรรมของแมนเดลสันตามที่ถูกกล่าวหานั้นเป็นเรื่อง “น่าอัปยศ” ส่งผลให้แมนเดลสันประกาศว่าจะลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาขุนนางในเวลาต่อมา
แมนเดลสันถือเป็นตัวละครสำคัญในรัฐบาลพรรคแรงงานยุคโทนี แบลร์ และกอร์ดอน บราวน์ เมื่อกว่า 20 ปีก่อน ปัจจุบันเขากำลังเผชิญกับความเป็นไปได้ที่จะถูกดำเนินคดีอาญา หลังจากอีเมลที่ทางการสหรัฐฯ เปิดเผยในคดีเอปสตีนบ่งชี้ว่า เขาได้ส่งเอกสารลับของรัฐบาลให้แก่เอปสตีน
หนังสือพิมพ์เดอะไทมส์ (The Times) ซึ่งเป็นสื่อแรกที่รายงานข่าวนี้ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเรียกตัวแมนเดลสันมาสอบปากคำ รวมถึงเตรียมขอคำให้การจากบุคคลสำคัญในพรรคแรงงาน ซึ่งรวมถึงกอร์ดอน บราวน์ อดีตนายกรัฐมนตรีด้วย
หลักฐานจากอีเมลระบุว่า ในปี 2552 แมนเดลสันได้ส่งบันทึกข้อความที่เขียนถึงบราวน์เกี่ยวกับแผนการขายสินทรัพย์และโครงการปรับเปลี่ยนภาษีของ UK ให้แก่เอปสตีน และในปี 2553 ยังได้แจ้งข้อมูลล่วงหน้าให้เอปสตีนทราบเกี่ยวกับแผนการช่วยเหลือทางการเงินของสหภาพยุโรป (EU) มูลค่า 5 แสนล้านยูโร (ราว 5.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ)
แมนเดลสัน วัย 72 ปี ถูกปลดจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตเมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา หลังปฏิบัติหน้าที่ได้เพียง 7 เดือน เนื่องจากมีหลักฐานปรากฏว่าเขายังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเอปสตีนนานกว่าที่เคยยอมรับไว้ โดยในข้อความหนึ่ง แมนเดลสันดูเหมือนจะพยายามบอกกับเอปสตีนว่า คำตัดสินในคดีจัดหาเยาวชนเพื่อการค้าประเวณีนั้นไม่ถูกต้อง และยุให้เอปสตีนต่อสู้เพื่อขอปล่อยตัวก่อนกำหนด
โฆษกของนายกรัฐมนตรีระบุว่า นายกฯ สตาร์เมอร์กังวลว่าข้อมูลที่ปรากฏออกมาในขณะนี้อาจยังไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นการประณามแมนเดลสันอย่างรุนแรงที่สุด แม้ว่านายกฯ สตาร์เมอร์จะเป็นผู้แต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งทูต ณ กรุงวอชิงตันเมื่อปีที่แล้ว ทั้งที่ทราบเรื่องความสัมพันธ์กับเอปสตีน (ผู้ซึ่งฆ่าตัวตายในเรือนจำเมื่อปี 2562) อยู่ก่อนแล้วก็ตาม
เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 ก.พ.) แมนเดลสันได้ลาออกจากพรรคแรงงานเพื่อป้องกันความเสื่อมเสียไปมากกว่านี้ หลังจากมีการเปิดเผยเอกสารจำนวนมหาศาลที่ระบุรายละเอียดความใกล้ชิดของเขากับเอปสตีน รวมถึงประเด็นเรื่องการรับเงินของแมนเดลสันและสามีด้วย
เรื่องอื้อฉาวนี้ได้จุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับการตัดสินใจของนายกฯ สตาร์เมอร์ ที่แต่งตั้งแมนเดลสันเป็นทูตแทนที่จะเลือกนักการทูตอาชีพ ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากมอร์แกน แม็กสวีนีย์ หัวหน้าคณะทำงานของสตาร์เมอร์
แมนเดลสันยังไม่ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาโดยตรง อย่างไรก็ตาม โฆษกส่วนตัวระบุว่า แมนเดลสันจำไม่ได้ว่ามีการรับเงินจำนวน 75,000 ดอลลาร์จากเอปสตีนตามที่มีรายงานข่าว
ในการให้สัมภาษณ์กับเดอะไทมส์เมื่อปลายเดือนก่อน แมนเดลสันกล่าวถึงเอปสตีนว่าเป็น “จอมบงการตัวฉกาจ” พร้อมยอมรับว่า “ผมโชคร้ายมาก และไม่ต้องสงสัยเลยว่าส่วนหนึ่งมันเป็นผลมาจากการกระทำของตัวผมเอง”
ปัจจุบัน นายกฯ สตาร์เมอร์ได้สั่งการให้สืบสวนความเชื่อมโยงระหว่างแมนเดลสันกับเอปสตีนในช่วงรัฐบาลบราวน์อย่างละเอียด ขณะที่บราวน์ระบุว่า ตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนก.ย. ที่ผ่านมา แต่ในขณะนั้นไม่พบเอกสารบันทึกในหน่วยงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข้อมูลใหม่ที่น่าตกใจปรากฏขึ้น เขาจึงเรียกร้องให้มีการสอบสวนเชิงลึกและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในทันที
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 ก.พ. 69)





