“มิตซูบิชิ เฮฟวี่” โชว์กำไรพุ่ง 22.6% ช่วงเม.ย.-ธ.ค. อานิสงส์ญี่ปุ่นเพิ่มงบกลาโหม

บริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี่ส์ (Mitsubishi Heavy Industries) ผู้ผลิตยุทโธปกรณ์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยในวันนี้ว่า กำไรสุทธิในช่วง 9 เดือน (เม.ย.-ธ.ค. 2568) พุ่งขึ้น 22.6% สู่ระดับ 2.11 แสนล้านเยน (1.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยได้แรงหนุนจากการที่ญี่ปุ่นเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ

ฮิโรชิ นิชิโอะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) กล่าวในการแถลงข่าวว่า หากมีการคาดการณ์ล่วงหน้าโดยอ้างอิงจากสัญญาจ้างเดิมที่ทำไว้กับรัฐบาลญี่ปุ่น บริษัทคาดว่าผลประกอบการในปีงบการเงินหน้าจะอยู่ในระดับเดียวกับปีงบการเงินปัจจุบันที่จะสิ้นสุดในเดือนมี.ค.

“รายได้มีแนวโน้มว่าจะเติบโตอย่างมาก และเรากำลังอยู่ในกระบวนการจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอ” เขากล่าวเสริม

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เฮฟวี่ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิสำหรับปีงบการเงินปัจจุบันที่จะสิ้นสุดในเดือนมี.ค. โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.9% สู่ระดับ 2.6 แสนล้านเยน จากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.3 แสนล้านเยน พร้อมกับคงตัวเลขคาดการณ์ยอดขายไว้ที่ 4.8 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 10.1% จากปีก่อนหน้า

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การเปิดเผยผลประกอบการของมิตซูบิชิ เฮฟวี่ มีขึ้นในขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามผลักดันการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม โดยนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งถือเป็นสายเหยี่ยวในด้านความมั่นคง ได้ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมขึ้นเป็น 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปีงบประมาณ 2568

นอกจากนี้ ทาคาอิจิให้คำมั่นว่าจะแก้ไขเอกสารด้านความมั่นคงหลัก 3 ฉบับของญี่ปุ่น ซึ่งวางกรอบยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติขั้นพื้นฐานสำหรับทศวรรษหน้า

รายงานประจำปีของสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม (SIPRI) ที่เผยแพร่ในปี 2568 ระบุว่า รายได้รวมของบริษัทผลิตอาวุธและบริการทางทหารของญี่ปุ่นในปี 2567 พุ่งขึ้น 40% จากปีก่อนหน้า โดยมิตซูบิชิ เฮฟวี่ ครองอันดับสูงสุดในกลุ่มบริษัทเหล่านี้

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 ก.พ. 69)