ทรัมป์ต่อสายตรงสีจิ้นผิง ถกปมการค้า-ไต้หวัน-อิหร่าน ย้ำความสัมพันธ์แน่นแฟ้นก่อนเยือนจีนเม.ย.นี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ (ภาพ: thaigov.go.th)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธ (4 ก.พ.) ว่า เขาและปธน.สี จิ้นผิง ของจีน ได้หารือกันในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการค้า ไต้หวัน และสถานการณ์ปัจจุบันในอิหร่าน ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์

ทรัมป์เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า แผนการเดินทางเยือนจีนในเดือนเม.ย.ก็เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือด้วยเช่นเดียวกัน พร้อมเสริมว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเขากับปธน.สี เป็นไปในทิศทางที่ “ดีเยี่ยมอย่างยิ่ง และพวกเขาทั้งคู่ต่างตระหนักดีว่า การรักษาความสัมพันธ์เช่นนี้ไว้เป็นเรื่องสำคัญเพียงใด”

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า ปธน.สีได้เน้นย้ำระหว่างการสนทนาว่า ประเด็นเกี่ยวกับไต้หวันเป็น “เรื่องที่สำคัญที่สุด” ในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ พร้อมยืนกรานว่า “จะไม่มีวันยอมให้มีการแยกตัวออกจากจีนโดยเด็ดขาด”

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ปธน.สีได้กล่าวเตือนกรณีที่สหรัฐฯ อนุมัติแผนขายอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ให้แก่ไต้หวันเมื่อเดือนธ.ค.ว่า สหรัฐฯ “ต้องจัดการเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวันด้วยความระมัดระวัง”

ขณะเดียวกัน ทรัมป์รับปากว่าจะรับฟังข้อกังวลของรัฐบาลจีนในประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ จีนอ้างสิทธิ์เหนือไต้หวันมาโดยตลอดว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตน และตั้งเป้าที่จะรวมชาติให้สำเร็จ แม้จะต้องใช้กำลังทหารหากจำเป็นก็ตาม

ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้เพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อไต้หวันอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเพิ่งมีการซ้อมรบครั้งใหญ่รอบเกาะไปเมื่อปลายเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงสงวนท่าทีและหลีกเลี่ยงที่จะวิพากษ์วิจารณ์จีนอย่างรุนแรงในประเด็นไต้หวัน

ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองได้หารือทางโทรศัพท์ครั้งล่าสุดเมื่อปลายเดือนพ.ย. ซึ่งในครั้งนั้นปธน.สี ได้ย้ำจุดยืนของจีนเกี่ยวกับไต้หวัน ท่ามกลางความขัดแย้งทางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่ทวีความรุนแรงขึ้น จากกรณีที่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น แสดงทัศนะเกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินในไต้หวัน

ในช่วงท้ายของการเยือนเอเชียเมื่อเดือนต.ค.ปีที่ผ่านมา ทรัมป์ได้พบปะกับปธน.สี เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาหวนคืนสู่ทำเนียบขาวเมื่อเดือนม.ค. 2568 โดยทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงพักรบในสงครามการค้าเป็นเวลา 1 ปี และยอมรับที่จะกลับไปรักษาความสัมพันธ์ในรูปแบบเดิมก่อนหน้านี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ก.พ. 69)