รัสเซีย-ยูเครนปิดฉากเจรจารอบ 2 ตกลงแลกเปลี่ยนเชลยศึก แต่ยังไร้ความคืบหน้าสำคัญ

การเจรจารอบที่ 2 ระหว่างผู้แทนจากรัสเซียและยูเครน โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นคนกลาง ได้เสร็จสิ้นลงแล้วในวันพฤหัสบดี (5 ก.พ.) ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันในการแลกเปลี่ยนเชลยศึกครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมในประเด็นหลัก ๆ เช่น การจัดการเรื่องดินแดนและการหยุดยิง

ยูเครนระบุว่า การเจรจาเริ่มต้นในรูปแบบไตรภาคี ก่อนจะขยับไปสู่การหารือเป็นกลุ่ม โดยรุสเตม อูเมรอฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงและกลาโหมแห่งชาติของยูเครน กล่าวว่า คณะผู้แทนของยูเครนมุ่งแสวงหา “สันติภาพที่มีศักดิ์ศรีและยั่งยืน” แต่ไม่ได้เปิดเผยผลลัพธ์ในรายละเอียด

การเจรจาสิ้นสุดลงโดยไม่มีแถลงการณ์ทางการเมืองหรือด้านความมั่นคงร่วมกัน สะท้อนให้เห็นถึงความเห็นต่างที่ยังคงมีอยู่ระหว่างรัสเซียกับยูเครนในประเด็นสำคัญหลายด้าน รวมถึงข้อพิพาทด้านดินแดน แนวทางการหยุดยิง และหลักประกันด้านความมั่นคง

สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ผู้แทนจากทั้งสามประเทศบรรลุฉันทามติในการแลกเปลี่ยนเชลยศึก พร้อมทั้งระบุว่าการหารือเป็นไปอย่าง “ตรงจุดและสร้างสรรค์” อย่างไรก็ตาม เขาเสริมว่าจำเป็นต้องใช้ความพยายามมากขึ้นเพื่อผลักดันให้เกิดการยุติความขัดแย้งอย่างครอบคลุม

หลังการเจรจา รัสเซียและยูเครนได้ดำเนินการแลกเปลี่ยนเชลยศึกครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบเกือบ 5 เดือน โดยมีการปล่อยตัวเชลยศึกฝ่ายละ 157 คน (รวมเป็น 314 คน) ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยว่า ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวมีทั้งทหารและพลเรือน

กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยินดีกับความร่วมมือระหว่างรัสเซียกับยูเครนในการแลกเปลี่ยนเชลยศึก พร้อมกับระบุว่า แสดงให้เห็นถึงบทบาทของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยที่เชื่อถือได้ในการบรรเทาวิกฤตและส่งเสริมการเจรจาอย่างสร้างสรรค์

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ยังไม่มีการประกาศกำหนดเวลาหรือการเตรียมการสำหรับการเจรจารอบต่อไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ายังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกระบวนการยุติความขัดแย้งทางการเมือง

อย่างไรก็ดี เซเลนสกีกล่าวว่า การเจรจาสันติภาพครั้งต่อไปกับคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ และรัสเซียจะจัดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ โดยเขากล่าวในการปราศรัยช่วงเย็นว่า “มีการวางแผนจัดการประชุมเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้นี้ โดยมีแนวโน้มว่าจะจัดขึ้นที่สหรัฐฯ”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ก.พ. 69)