
ทางการฟิลิปปินส์เปิดเผยวันนี้ (6 ก.พ.) ว่า พายุโซนร้อนเปญา (Penha) ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มในพื้นที่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ทำให้ประชาชนเสียชีวิต 4 ราย และพลัดถิ่นอีกกว่า 6,000 ราย ขณะที่ยังคงมีชาวบ้านติดค้างอยู่ในบ้านเรือน
นักพยากรณ์อากาศระบุว่า พายุโซนร้อนเปญาพัดขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดซูริเกาเดลซูร์ในช่วงค่ำของวันพฤหัสบดี (5 ก.พ.) โดยรายงานล่าสุดในช่วงประมาณเที่ยงวันนี้เผยว่า พายุหมุนอยู่บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดโบโฮลตอนกลาง ด้วยความเร็วลมสูงสุด 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชกแรงสูงสุด 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สำนักงานป้องกันพลเรือนรายงานว่า มีประชาชนกว่า 6,000 ชีวิตที่ต้องพลัดถิ่นเนื่องจากพายุหมุน โดยในจำนวนดังกล่าวมี 5,800 คนที่ย้ายไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวในจังหวัดทางตอนใต้และตอนกลาง นอกจากนี้ยังมีการสั่งระงับการเรียนการสอนในหลายพื้นที่
หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ผู้โดยสารและคนงานขนส่งสินค้าเกือบ 5,000 คนต้องติดค้างอยู่ที่ท่าเรือ 94 แห่ง หลังจากมีการสั่งห้ามเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะและเรือบรรทุกสินค้าออกจากฝั่งชั่วคราวเนื่องจากทะเลมีคลื่นลมแรง
หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์คาดการณ์ว่า พายุเปญาจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันในวันนี้ ขณะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือผ่านจังหวัดต่าง ๆ โดยในแต่ละปี ฟิลิปปินส์ต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นและพายุโซนร้อนประมาณ 20 ลูก นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังมักเผชิญแผ่นดินไหวและมีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่กว่าสิบแห่ง ส่งผลให้ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติมากที่สุดในโลก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ก.พ. 69)





