
ท่าเรือส่งออกแร่เหล็กสำคัญทั้งหมดของออสเตรเลียถูกระงับการดำเนินงาน หลังพายุไซโคลนเขตร้อนมิตเชลล์ (Mitchell) เคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่ง ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคผลิตแร่เหล็กหลักของประเทศ
สำนักงานการท่าเรือพิลบารา (Pilbara Ports Authority) ระบุว่า ท่าเรือแอชเบอร์ตัน เคปเพรสตันเวสต์ แดมเพียร์ พอร์ตเฮดแลนด์ และเกาะวารานัส ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว พร้อมสั่งให้เรือบรรทุกสินค้าเทกองและเรือประเภทอื่น ๆ ออกไปหลบในทะเลเพื่อหลีกเลี่ยงพายุ ขณะที่ริโอ ทินโต กรุ๊ป (Rio Tinto Group) เปิดเผยว่า ท่าเรือเคปแลมเบิร์ตก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
ชายฝั่งตะวันตกของออสเตรเลียเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและส่งออกแร่เหล็กของประเทศ และยังเป็นที่ตั้งของโครงการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติหลายแห่ง
สำนักงานการท่าเรือพิลบาราระบุว่า พายุไซโคลนเขตร้อนมิตเชลล์กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงใต้ และคาดว่าจะยังคงอยู่นอกชายฝั่งในวันนี้ (7 ก.พ.) และช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (8 ก.พ.) ก่อนเริ่มเปลี่ยนทิศทางอย่างค่อยเป็นค่อยไปไปทางตะวันตกเฉียงใต้และทิศใต้ตั้งแต่คืนนี้ ซึ่งจะทำให้พายุเข้าใกล้ชายฝั่งมากขึ้น
พายุลูกดังกล่าวมีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 2 ในช่วงค่ำวันนี้
ท่าเรือพอร์ตเฮดแลนด์เป็นศูนย์กลางการส่งออกแร่เหล็กปริมาณมากของผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลก เช่น บีเอชพี กรุ๊ป (BHP Group) และฟอร์เทสคิว (Fortescue Ltd.) ขณะที่ทางตอนใต้ ริโอ ทินโต ใช้ท่าเรือเคปแลมเบิร์ตและแดมเพียร์เป็นจุดขนส่งหลัก
ฤดูพายุไซโคลนของออสเตรเลียเริ่มตั้งแต่เดือนพ.ย. จนถึงปลายเดือนเม.ย. โดยเหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นผลกระทบครั้งใหญ่ครั้งแรกของฤดูกาลนี้ ขณะที่ในปีที่ผ่านมา พายุไซโคลนรุนแรงหลายลูกเคยส่งผลกระทบต่อท่าเรือในภูมิภาคเดียวกัน และทำให้ปริมาณการส่งออกแร่เหล็กลดลงต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.พ. 69)





