
รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ใส่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนในช่วงข้ามคืนจนถึงวันนี้ (7 ก.พ.) โดยพุ่งเป้าไปที่ระบบผลิตและกระจายไฟฟ้า ท่ามกลางอากาศหนาวจัดและสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อ
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เปิดเผยว่า การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ใช้โดรนมากกว่า 400 ลำ และขีปนาวุธหลากหลายประเภทประมาณ 40 ลูก โดยมีเป้าหมายทั้งโครงข่ายไฟฟ้า โรงผลิตไฟฟ้า และสถานีย่อยกระจายไฟฟ้าในหลายพื้นที่
นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบมานานเกือบ 4 ปี ภาคพลังงานของยูเครนซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้องเผชิญแรงกดดันซ้ำซ้อนจากการโจมตีต่อเนื่อง ความเสียหายที่สะสมมาตลอดช่วงสงคราม และสภาพอากาศฤดูหนาวที่หนาวเย็นอย่างรุนแรง
การโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงที่อุณหภูมิเริ่มลดลง โดยมีการคาดการณ์ว่า อุณหภูมิในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะลดต่ำถึงลบ 14 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศ
การโจมตีระบบพลังงานรอบใหม่นี้ยังเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังการเจรจารอบล่าสุดระหว่างยูเครนและรัสเซีย ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง เพื่อหาทางยุติสงครามที่ยืดเยื้อ
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะพยายามกดดันและผลักดันการเจรจาหลายรอบ ความพยายามทางการทูตจนถึงขณะนี้ยังไม่ส่งผลให้เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.พ. 69)





