ไต้หวันย้ำชัด ย้ายฐานผลิตชิป 40% ไปสหรัฐฯ “เป็นไปไม่ได้” แม้ถูกขู่ขึ้นภาษี

เจิ้ง ลี่จวิน รองนายกรัฐมนตรีไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้นำคณะเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ CTS เมื่อคืนวันอาทิตย์ (8 ก.พ.) โดยระบุว่า เธอได้ชี้แจงต่อรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างชัดเจนแล้วว่า เป็นเรื่อง “เป็นไปไม่ได้” ที่จะย้ายกำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ 40% ของไต้หวันไปยังสหรัฐฯ

“ดิฉันได้ทำความเข้าใจกับทางสหรัฐฯ อย่างชัดเจนแล้วว่า เป้าหมาย 40% ที่มีการเสนอมานั้น เป็นเรื่องที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้” เจิ้งกล่าว

เจิ้งเน้นย้ำว่า อีโคซิสเต็มเซมิคอนดักเตอร์มีการพัฒนามานานหลายทศวรรษและยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในไต้หวัน และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จะยังคงเดินหน้าลงทุนในไต้หวันต่อไป

“กำลังการผลิตโดยรวมของเรา (ในไต้หวัน) จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่เราก็สามารถขยายบทบาทในสหรัฐฯ ควบคู่กันไปได้” เจิ้งกล่าว “การขยายฐานการผลิตไปต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ นั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าเรายังคงมีรากฐานที่มั่นคงในไต้หวันและขยายการลงทุนภายในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุเมื่อวันอังคารที่แล้ว (3 ก.พ.) ว่า รัฐบาลจำเป็นต้องดึงฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์กลับสู่สหรัฐฯ โดยชี้ว่า การปล่อยให้ฐานการผลิตชิปทั้งหมดอยู่ห่างจากจีนเพียง 80 ไมล์ เป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล

“เป้าหมายของรัฐบาลชุดนี้ก่อนจะหมดวาระคือ การครองส่วนแบ่งตลาด 40% ของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง” ลุตนิกกล่าว

เมื่อเดือนที่ผ่านมา ไต้หวันกับสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงในการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวันลงเหลือ 15% จากเดิม 20% เพื่อแลกกับการที่ไต้หวันจะเพิ่มเม็ดเงินลงทุนในสหรัฐฯ

เจิ้งระบุเพิ่มเติมว่า จะไม่มีการย้ายนิคมวิทยาศาสตร์ของไต้หวันออกไปต่างประเทศ แต่ไต้หวันยินดีที่จะแบ่งปันประสบการณ์ในการสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเพื่อช่วยให้สหรัฐฯ พัฒนาสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกัน นอกจากนี้ เธอยังเชื่อมั่นว่ากำลังการผลิตชิปของไต้หวัน ทั้งในส่วนของโครงการที่มีอยู่เดิม โครงการที่กำลังก่อสร้าง และแผนงานในอนาคต จะยังมีสัดส่วนที่สูงกว่าการลงทุนในสหรัฐฯ หรือประเทศอื่น ๆ อย่างมาก

ทั้งนี้ ลุตนิกเคยระบุผ่านรายการของ CNBC เมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า หากไต้หวันไม่สามารถย้ายซัพพลายเชนและกำลังการผลิต 40% มายังสหรัฐฯ ได้ ภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวันอาจพุ่งสูงขึ้นเป็น 100% และก่อนหน้านั้น ในเดือนก.ย.ปีที่แล้ว เขาเคยเสนอให้มีการแบ่งสัดส่วนการผลิตคนละครึ่ง (50-50) แต่ไต้หวันได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวไปแล้ว

ปัจจุบัน TSMC ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปตามสัญญาจ้างรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังอยู่ระหว่างการลงทุนมูลค่า 1.65 แสนล้านดอลลาร์เพื่อสร้างโรงงานในรัฐแอริโซนาของสหรัฐฯ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)