STECON แจงเหตุหลังคาลานศูนย์ฝึก MEA ยุบตัวจากพายุหมุน ย้ำสร้างตามมาตรฐาน-พร้อมรื้อสร้างใหม่ทันกำหนด

นายจารุณัฐ จิรรัตน์สถิต กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น [STECON] ในนามกิจการร่วมค้า ST-TC ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง STECON และบริษัท ทรานส์โค้ด จำกัด รับจ้างโครงการ MEA Training Center อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มูลค่างาน 1,185 ล้านบาท ประกอบไปด้วย 7 อาคาร

เหตุการณ์อุบัติเหตุโครงสร้างอาคารยุบตัวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ของวันที่ 9 ก.พ. 69 ในพื้นที่ อ.บางเสาธง และ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เกิดลมพายุหมุนและลมกระโชกแรงอย่างรุนแรงส่งผลให้โครงหลังคาของลานสนามฝึกสายอากาศ ซึ่งเป็น 1 ใน 7 อาคารของโครงการยุบตัวลงมา ทั้งนี้ อาคารดังกล่าวมีมูลค่าเฉพาะส่วนโครงสร้างประมาณ 15 ล้านบาท

หลังเกิดเหตุ ST-TC ได้เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บ 4 รายส่งโรงพยาบาลทันที จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบผู้สูญหายหรือผู้เสียชีวิต ล่าสุดรายงานระบุว่าผู้บาดเจ็บทุกคนอยู่ในอาการปลอดภัย โดย 2 รายแรกกลับบ้านได้แล้ว ส่วนอีก 2 รายคาดว่าจะกลับบ้านได้ในวันนี้ ซึ่งทางบริษัทยืนยันจะให้การดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างดีที่สุด

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จาก กฟน., เจ้าหน้าที่ตำรวจ, กรมโยธาธิการ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ร่วมกัน โดยมีรายละเอียดของอาคารดังนี้

– เป็นอาคารเปิดชั้นเดียว ขนาด 25 x 53 เมตร ความสูง 15 เมตร

– โครงสร้างทำด้วยเหล็กรูปภัณฑ์ มุงหลังคาเหล็กทรงเพิงลาดเดียว

– งานโครงสร้างเพิ่งดำเนินการแล้วเสร็จไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

– พื้นที่เกิดเหตุอยู่ภายในเขตของการไฟฟ้านครหลวง จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสาธารณชนหรือชุมชนใกล้เคียง

นายจารุณัฐ เน้นย้ำว่า การดำเนินงานก่อสร้างที่ผ่านมาเป็นไปตามแบบรูปรายการและหลักวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด โดยมีทีมงานควบคุมงานและตัวแทนจากผู้ว่าจ้างร่วมตรวจสอบมาโดยตลอด สำหรับสาเหตุที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นจากภัยธรรมชาติหรือปัจจัยอื่น บริษัทฯ ยินดีให้ความร่วมมือกับ กฟน. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนโดยเร็วที่สุด

ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ได้จัดทำประกันภัยการก่อสร้างไว้รองรับแล้ว และจะดำเนินการรื้อถอนเพื่อก่อสร้างอาคารใหม่ให้เร็วที่สุด เพื่อให้โครงการทั้งหมดเสร็จสิ้นทันตามกำหนดระยะเวลาในสัญญาต่อไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)