BP ประกาศงดซื้อหุ้นคืน หลังตั้งด้อยค่า 4 พันล้านดอลล์ เตรียมโยกเงินลุยน้ำมัน-ก๊าซ

บีพี (BP) ยักษ์ใหญ่พลังงานแห่งสหราชอาณาจักร รายงานกำไรไตรมาสล่าสุดสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ แต่สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศระงับโครงการซื้อหุ้นคืนทันที หลังต้องบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ก้อนโตราว 4 พันล้านดอลลาร์ ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและก๊าซชีวภาพ

บีพีระบุว่า เตรียมนำกระแสเงินสดส่วนเกินไปทุ่มลงทุนในโอกาสทางธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแทน โดยนโยบายนี้จะสานต่อโดยเมก โอนีล ซีอีโอคนใหม่ที่จะเริ่มงานในเดือนเม.ย. นี้ ทั้งนี้ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา บริษัทได้ใช้เงินซื้อหุ้นคืนไปแล้วคิดเป็นมูลค่า 750 ล้านดอลลาร์

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 4/2568 บีพีทำผลงานได้ดีในธุรกิจก๊าซและพลังงานคาร์บอนต่ำซึ่งมีกำไรสูงกว่าคาด ขณะที่ธุรกิจผลิตน้ำมันและธุรกิจลูกค้าและผลิตภัณฑ์ยังคงมีผลกำไรเป็นไปตามที่คาดการณ์ ส่งผลให้บริษัทมีกำไรต้นทุนทดแทน หรือกำไรสุทธิจากการดำเนินงานจริงอยู่ที่ 1.54 พันล้านดอลลาร์ พุ่งขึ้นราว 32% จากปีก่อน และเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำการปรับเปลี่ยนทิศทางองค์กรให้กลับมาโฟกัสที่ไฮโดรคาร์บอนอีกครั้ง ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้วในยุคของอดีตซีอีโอ เมอร์เรย์ ออคินคลอสส์ เพื่อกอบกู้ความสามารถในการทำกำไร หลังจากที่ก่อนหน้านั้น บีพีภายใต้การนำของเบอร์นาร์ด ลูนีย์ ประสบความล้มเหลวในการรุกตลาดพลังงานสะอาด โดยหลังจากออคินคลอสส์ลาออกกะทันหันเมื่อเดือนธ.ค. แครอล ฮาวล์ หัวหน้าฝ่ายการค้า ก็เข้ามารักษาการชั่วคราว ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้โอนีล ซึ่งนับเป็นซีอีโอคนที่ 4 ในรอบไม่ถึง 3 ปี

ในส่วนของการด้อยค่าสินทรัพย์นั้น บีพีเคยส่งสัญญาณเตือนมาแล้วว่าตัวเลขอาจสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์ โดยล่าสุดระบุสาเหตุหลักมาจากธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม Lightsource bp, และธุรกิจก๊าซชีวภาพในสหรัฐฯ Archaea (ที่เพิ่งทุ่มซื้อมาเมื่อปี 2565 ด้วยมูลค่า 4.1 พันล้านดอลลาร์) และโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง

อย่างไรก็ดี บีพีได้เผยข่าวดีเกี่ยวกับแหล่งปิโตรเลียม Bumerangue ในบราซิล ซึ่งบริษัทยกให้เป็นการค้นพบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ปี โดยประเมินว่ามีปริมาณปิโตรเลียมในแหล่งกักเก็บสูงถึง 8 พันล้านบาร์เรล แบ่งเป็นน้ำมันดิบและคอนเดนเสทในสัดส่วน 50:50 ซึ่งบริษัทวางแผนจะเริ่มขุดเจาะหลุมประเมินผลในช่วงปลายปีนี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)