
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ (11 ก.พ.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้น 0.4% และชะลอตัวลงจากระดับ 0.8% ในเดือนธ.ค. 2568
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI เดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 0.2% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าอาจเพิ่มขึ้น 0.3%
ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค.ลดลง 1.4% เมื่อเทียบรายปี ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าอาจลดลง 1.5% และปรับตัวลงน้อยกว่าในเดือนธ.ค.ที่ลดลง 1.9%
ข้อมูลเงินเฟ้อที่มีการเปิดเผยล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า จีนยังคงเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินฝืด อันเนื่องมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนยังไม่แข็งแกร่งมากพอ
ที่ผ่านมานั้น ทางการจีนพยายามอย่างมากที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศหลุดพ้นจากแรงกดดันด้านเงินฝืดนับตั้งแต่สิ้นสุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยภาวะเงินฝืดของจีนเกิดจากการทรุดตัวเป็นเวลานานของภาคอสังหาริมทรัพย์ และแนวโน้มตลาดแรงงานที่ไม่แน่นอน ขณะที่หน่วยงานภาครัฐพยายามหาทางยับยั้งสงครามราคาในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งการผลิตที่สูงเกินไปนั้นได้ก่อให้เกิดภาวะสินค้าล้นตลาดและบีบให้บริษัทต่าง ๆ ต้องตัดราคาเพื่อการแข่งขัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)





