EIA คาดผลผลิตน้ำมันเวเนฯ จะฟื้นตัวสู่ระดับก่อนถูกปิดล้อมภายในกลางปีนี้

สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (10 ก.พ.) ว่า การที่สหรัฐฯ ขยายขอบเขตใบอนุญาตทำธุรกรรมเกี่ยวกับเวเนซุเอลานั้น คาดว่าจะช่วยให้กำลังการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ปิดล้อมทางทะเลได้ภายในกลางปี 2569

ก่อนหน้านี้ รัฐวิสาหกิจน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลา (PDVSA) จำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลงอย่างมาก ภายหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลอย่างเข้มงวดเมื่อเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อกดดัน นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ซึ่งถูกกองกำลังสหรัฐฯ ควบคุมตัวไปเมื่อช่วงต้นเดือนม.ค.

มาตรการปิดล้อมดังกล่าวส่งผลให้เวเนซุเอลาไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้ ทำให้มีน้ำมันดิบตกค้างอยู่ในถังเก็บและเรือขนส่งปริมาณหลายล้านบาร์เรล ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุการณ์ปิดล้อม เวเนซุเอลามีกำลังการผลิตน้ำมันดิบอยู่ที่ประมาณ 1.1 ถึง 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด PDVSA ได้กลับมาเพิ่มกำลังการผลิตจนเกือบแตะระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันแล้ว หลังจากเมื่อเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ อนุญาตให้บริษัทผู้ค้าสินค้าโภคภัณฑ์อย่างวีทอล (Vitol) และทราฟิกูรา (Trafigura) สามารถร่วมกับเชฟรอน (Chevron) ในการส่งออกน้ำมันจากเวเนซุเอลาได้ ซึ่งช่วยระบายปริมาณน้ำมันที่สะสมอยู่

EIA ระบุว่า กลุ่มผู้ค้าดังกล่าวได้นำน้ำมันส่วนใหญ่ไปเก็บไว้ที่คลังน้ำมันในแถบแคริบเบียน โดยคาดว่าจะลำเลียงส่งต่อไปยังโรงกลั่นน้ำมันบริเวณชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐฯ ในลำดับต่อไป

นอกจากนี้ เมื่อปลายเดือนที่แล้ว รัฐบาลวอชิงตันยังได้ออกใบอนุญาตทั่วไปฉบับขยายขอบเขต เพื่อเปิดทางให้บริษัทจำนวนมากสามารถขนส่งและขายน้ำมันจากเวเนซุเอลาได้ โดย EIA คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาการหยุดชะงักของแหล่งผลิต และช่วยให้ผลผลิตกลับคืนสู่ระดับปกติเหมือนช่วงก่อนการปิดล้อมได้ภายในสิ้นไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

ขณะเดียวกัน EIA คาดการณ์ว่า การขยายตัวของผลผลิตน้ำมันโลกจะแซงหน้าความต้องการใช้ไปจนถึงสิ้นปี 2570 ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันคงคลังเพิ่มสูงขึ้นและเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน

รายงานแนวโน้มพลังงานระยะสั้นของ EIA ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ในปีนี้จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 57.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือปรับตัวขึ้น 3% จากคาดการณ์เดิมที่ 55.87 ดอลลาร์ แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปีก่อนที่ระดับประมาณ 69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอยู่มาก และคาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะปรับตัวลดลงอีกจนเหลือประมาณ 53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีหน้า

สำหรับผลผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ นั้น คาดว่าจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับเฉลี่ย 13.60 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์เดิมราว 10,000 บาร์เรลต่อวัน ก่อนที่กำลังการผลิตของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกแห่งนี้จะชะลอตัวลงเหลือประมาณ 13.32 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2570

ทั้งนี้ EIA ประเมินว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงเหลวทั่วโลกจะเฉลี่ยอยู่ที่ 107.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจากประมาณการครั้งก่อนราว 100,000 บาร์เรลต่อวัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)