ญี่ปุ่นเผยเงินเฟ้อค้าส่งชะลอตัวเดือนม.ค. ขณะราคานำเข้าพุ่งเหตุเยนอ่อน

ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (12 ก.พ.) ว่า อัตราเงินเฟ้อราคาขายส่งของญี่ปุ่นชะลอตัวลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี แต่ต้นทุนการนำเข้าในรูปสกุลเงินเยนปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงผลกระทบของเงินเยนที่อ่อนค่าที่มีต่อระดับราคาและนโยบายการเงิน

ข้อมูลระบุว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (CGPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดราคาที่บริษัทเรียกเก็บระหว่างกันสำหรับสินค้าและบริการ ปรับตัวขึ้น 2.3% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของตลาด และชะลอตัวลงจากระดับ 2.4% ในเดือนธ.ค.

นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้ว่าการขยายตัวของราคาขายส่งคาดว่าจะชะลอตัวลงในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิง แต่ความผันผวนของค่าเงินเยนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและช่วงเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)

นักวิเคราะห์กล่าวว่า การที่ดัชนีราคาขายส่งขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง อาจกดดันให้เงินเฟ้อผู้บริโภคปรับตัวลดลงด้วย ขณะที่เงินเฟ้อในภาคบริการยังขาดแรงส่ง ดังนั้น แผนการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ อาจเผชิญแรงต้านจากสถานการณ์ด้านราคาในระยะนี้

ทั้งนี้ ราคาเชื้อเพลิงร่วงลง 12.9% ในเดือนม.ค.เมื่อเทียบรายปี ในขณะที่ราคาโลหะนอกกลุ่มเหล็กพุ่งขึ้น 33% และราคาผลผลิตทางการเกษตรทะยานขึ้น 22.4% ส่วนราคาอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวขึ้น 4.7% ในเดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 4.8% ในเดือนธ.ค.

ทางด้านข้อมูลของ BOJ ระบุว่า ดัชนีวัดราคานำเข้าในรูปเงินเยนปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากมีการปรับทบทวนตัวเลขเป็นเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค.

แม้เงินเยนดีดตัวขึ้นในการซื้อขายระยะนี้ แต่การอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของเงินเยนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ด้วยการดันต้นทุนการนำเข้าเชื้อเพลิงและวัตถุดิบให้สูงขึ้น

BOJ จะพิจารณาข้อมูลราคาขายส่งเพื่อตัดสินใจว่าเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในทิศทางที่จะบรรลุเป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืนหรือไม่ ทั้งนี้ BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปีที่ 0.75% จากระดับ 0.5% ในการประชุมเมื่อเดือนธ.ค. ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยุติมาตรการผ่อนคลายทางการเงินขนานใหญ่ที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ

อย่างไรก็ตาม BOJ ส่งสัญญาณว่า ความเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดช่วงเวลาของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยกรรมการ BOJ บางรายเตือนถึงความเสี่ยงของการดำเนินการที่ล่าช้าในการรับมือกับเงินเฟ้อที่สูงเกินไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ก.พ. 69)