
นายภูมิจิตต์ พงศ์พันธุ์งาม ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2569 ยสท. ได้ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ คือ เป็นองค์กรชั้นนำด้านยาสูบที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และการพัฒนาธุรกิจร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และดำเนินงานตามหลัก ESG เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายรายได้จากการจำหน่ายบุหรี่ซิกาแรต ที่ 6,344 ล้านบาท และรายได้จากการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจ ที่ 379 ล้านบาท ขณะที่ตั้งเป้าหมายกำไรสุทธิ อยู่ที่ 455 ล้านบาท
ทั้งนี้ ภายใต้พันธกิจใหม่ 4 เรื่อง ได้แก่ 1. สร้างรายได้จากธุรกิจยาสูบและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยในปีนี้ ยสท. ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากในประเทศ ราว 78% และรายได้จากการส่งออก อยู่ที่ 22% จากปี 2568 มีสัดส่วนรายได้ในประเทศที่ราว 85% และรายได้จากการส่งออกและธุรกิจอื่น ๆ ที่ 15% โดยเป้าหมายภายในปี 2575 ยสท. ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ในประเทศลดลงเหลือ 60% ขณะที่รายได้จากการส่งออกและธุรกิจอื่น ๆ จะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 40%
2. ขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างรายได้จากธุรกิจยาสูบและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งด้านการขาย ผ่าน New Segmentation การขยายพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น เวียดนาม และเกาหลีใต้ ซึ่งในปี 2569 ยสท. ตั้งเป้ามูลค่าการส่งออกเติบโตที่ 1,200 ล้านบาท จากปี 2568 อยู่ที่ 870 ล้านบาท
การพัฒนาใบยาคุณภาพเพื่อเพิ่มมูลค่า และการผลิตใบยาคุณภาพสูงจากพื้นที่ปลูกที่ยั่งยืน ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มทดลองปลูกใบยาซิการ์ (Cigar Wrapper) ที่ จ.เชียงราย และเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งคาดว่าจะผลักดันออกมาได้ในช่วงปลายเดือน ก.ค.นี้ รวมถึงเรียมแผนลงทุนตั้งโรงงานสกัดสารนิโคตินเพื่อใช้ในทางการแพทย์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570 ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาธุรกิจ หา New S curve เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
3. การสร้างมูลค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่ายาสูบ โดยในส่วนของเกษตรกรผู้ปลูกใบยาจะต้องดุแลให้ได้รับความมั่นคงในอาชีพ มีความโปร่งใสในการรับซื้อ ลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ในส่วนของภาครัฐจะต้องมีการป้องกันการรั่วไหลของสินค้า สนับสนุนการปราบบุหรี่เถื่อน และปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมยาสูบ 100% เพื่อส่งรายได้เข้ารัฐอย่างยั่งยืน ด้านตัวแทนจำหน่าย จะต้องได้สินค้าที่มีคุณภาพ ราคาสมเหตุสมผล และตรวจสอบย้อนกลับได้
4. การจัดการและการดำเนินธุรกิจด้วยธรรมภิบาล โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นหลัก
“ตั้งแต่ปี 2568 ยอมรับว่าตลาดบุหรี่ในประเทศหดตัว ภาวะตลาดบุหรี่ถูกกฎหมายหดตัวต่อเนื่อง และการขยายตัวของบุหรี่ผิดกฎหมายในระดับที่กระทบเสถียรภาพรายได้หลักขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้จากการจำหน่ายบุหรี่ลดลงกว่า 43% และกำไรลดลงกว่า 94% หลาย ๆ ปัจจัยทำให้เราต้องมีการเปลี่ยนแปลงวิสัยทัศน์ จากเดิมที่เน้นพึ่งพารายได้จากในประเทศมากกว่า 95% วันนี้ก็เน้นไปพึ่งพารายได้จากต่างประเทศมากขึ้น ทั้งเรื่องการส่งออกบุหรี่ การส่งออกใบยา และรายได้จากธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตบุหรี่ อาทิ รายได้จากโรงพยาบาล โรงพิมพ์ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น” นายภูมิจิตต์ กล่าว

พร้อมระบุว่า ยสท. จะเร่งปรับโครงสร้างรูปแบบธุรกิจจากการพึ่งพารายได้จากบุหรี่เพียงอย่างเดียว สู่การเป็นองค์กรที่มีการขยายธุรกิจที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งธุรกิจยาสูบ การส่งออก ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการสร้างพันธมิตรเชิงธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในด้านนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเสริมความแข่งแกร่งทางการแข่งขันในเวทีสากล
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 69)




