อดีตรมช.คลังญี่ปุ่นแนะ BOJ ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรับมือเงินเฟ้อ-รักษาเสถียรภาพตลาด

ทาเคฮิโกะ นากาโอะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่น เปิดเผยในวันนี้ (16 ก.พ.) ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงตามหลังธนาคารกลางของประเทศอื่น ๆ ในการดำเนินโยบายการเงิน พร้อมกับเสริมว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะช่วยจัดการกับปัญหาเงินเฟ้อและสร้างเสถียรภาพให้กับตลาด

นากาโอะกล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอและค่อยเป็นค่อยไปจะสามารถตอบสนองต่อปัญหาเงินเฟ้อ อีกทั้งช่วยควบคุมไม่ให้เงินเยนอ่อนค่าลงมากเกินไป และสร้างเสถียรภาพให้กับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว

ส่วนประเด็นที่ว่า BOJ ยังคงตามหลังธนาคารกลางของประเทศอื่น ๆ นั้น นากาโอะได้อ้างถึงมุมมองของทั่วโลกที่เห็นว่า จุดยืนด้านนโยบายของ BOJ ไม่มีความสอดคล้องกันเมื่อพิจารณาจากปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงมีอยู่

นากาโอะกล่าวว่า BOJ ต้องให้ความสำคัญกับอัตราแลกเปลี่ยนด้วย และเสริมว่า เป็นหน้าที่ของธนาคารกลางที่จะต้องตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าค่าเงินมีเสถียรภาพ แม้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ได้ระบุไว้ในกฎหมายที่กำหนดบทบาทของธนาคารกลางก็ตาม

การแสดงความเห็นของนากาโอะมีขึ้นในขณะที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนกำลังประเมินว่า ชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ จะทำให้เธอขัดขวางการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ หรือไม่ หรือรัฐบาลของเธอจะต้องการให้ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยเร็วเพื่อช่วยพยุงค่าเงินเยนให้แข็งแกร่งขึ้น

คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ และนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ จะจัดการประชุมทวิภาคีร่วมกันในวันนี้ เวลา 15.00 น.ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกนับตั้งแต่พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย โดยคาดว่าการประชุมครั้งนี้อาจมีการหารือเกี่ยวกับแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ

การประชุมดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางกระแสคาดการณ์ในตลาดว่า ค่าครองชีพที่สูงขึ้นซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการอ่อนค่าของเงินเยน อาจกระตุ้นให้ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดในเดือนมี.ค. หรือ เม.ย.นี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. 69)