
ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ได้เผยแพร่รายงานการประชุมประจำวันที่ 2-3 ก.พ. ในวันนี้ (17 ก.พ.) โดยประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างน่ากังวลหากไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย และยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าจำเป็นต้องคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมอีกหรือไม่
รายงานดังกล่าวระบุว่า คณะกรรมการฯ มีความกังวลต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการจ้างงาน จนทำให้เหตุผลในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีน้ำหนักมากขึ้น
นอกจากนี้ สมาชิกในที่ประชุมเห็นพ้องกันว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้รับยิ่งตอกย้ำความกังวลที่ว่า หากไม่มีการตอบโต้ด้วยนโยบายการเงิน อัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายนานเกินไป ส่งผลให้ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ RBA มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.85% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566 เนื่องจากเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ RBA กลายเป็นธนาคารกลางแห่งแรกของโลกที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า เงินเฟ้อในไตรมาสนี้อาจจะยังลดลงได้ยาก จนอาจบีบให้ RBA ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในเดือนพ.ค. ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ RBA ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.1%
ด้านธนาคารกลางออสเตรเลียคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ที่ 3.7% ในช่วงกลางปี และจะขยับลงมาอยู่ที่ 3.2% ในช่วงสิ้นปี พร้อมระบุว่า คณะกรรมการฯ มองเห็นความเสี่ยงทั้งในแง่ของเงินเฟ้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลที่ได้รับในระยะข้างหน้าเพื่อตัดสินใจนโยบายอย่างรอบคอบ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 69)





