
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นประธานในพิธีการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion hearing) ภายใต้งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อแนะนำและให้ข้อมูลส่วนที่เป็นสาระสำคัญของโครงการแก่นักลงทุน เพื่อประเมินความสนใจและสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคเอกชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ จากนักลงทุน และผู้เกี่ยวข้อง สำหรับนำไปประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ ตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562
ผู้ว่าฯ กทพ. กล่าวว่า กทพ.ได้ดำเนินงานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย โดยรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ ซึ่งประชาชน 95% เห็นด้วยกับโครงการฯ วันนี้จึงเป็นการรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะจากนักลงทุนและผู้เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะสรุปผลการศึกษา เพื่อนำเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด) กทพ.และคระรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติโครงการภายในปี 2569-2570 และคาดว่าจะเริ่มออก พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน และเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 71 หรือ 72 ใช้เวลาก่อสร้างราว 5 ปี กำหนดเปิดให้บริการในปี 2576
ทั้งนี้ ผลการศึกษาโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย มูลค่าลงทุนรวมทั้งสิ้น 74,044 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1,628 ล้านบาท ค่าก่อสร้างโครงการ 63,275 ล้านบาท (แบ่งเป็น ค่างานโยธาประมาณ 62,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นค่างานระบบ) ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 1,582 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ (O&M) 7,559 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี ระยะเวลาดำเนินงานโครงการ 30 ปี
โดยโครงการมีผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) 15.58% และผลตอบแทนด้านการเงิน (FIRR) -0.31% ซึ่งค่อนข้างต่ำ เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ต้องมีการประเมินความสนใจนักลงทุนด้วย และเป็นไปได้ว่าภาครัฐอาจต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนการลงทุนด้านงานโยธา เพื่อเพิ่มผลตอบแทนด้านการเงินให้กับโครงการ ซึ่งเอกชนจะสนใจลงทุนผลตอบแทน FIRR ควรมากกว่า 10% ส่วนแหล่งเงินของภาครัฐจะเป็นรูปแบบไหน จะต้องหารือกับกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณต่อไป
ทั้งนี้ ที่ปรึกษาได้นำเสนอการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) 2 รูปแบบ ได้แก่ PPP แบบที่ 1 รัฐรับผิดชอบการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนเอกชนรับผิดชอบก่อสร้างงานโยธา ก่อสร้างงานระบบ และดำเนินการบำรุงรักษา และรูปแบบ PPP ที่ 2 โดยรัฐรับผิดชอบการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และก่อสร้างงานโยธา ส่วนเอกชนรับผิดชอบงานระบบ และดำเนินการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 30 ปี
“โครงการทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย รูปแบบการลงทุนเหมือนกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ภาครัฐลงทุนงานโยธา เอกชนลงทุนงานระบบ ซึ่งทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยยกระดับความมั่นคงด้านคมนาคม ความปลอดภัยสาธารณะ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ปัจจุบันการเดินทางเข้า-ออกเกาะสมุย มีเพียง 2 รูปแบบ คือ ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งมีข้อจำกัดและเปราะบางต่อสภาพอากาศ ส่งผลต่อประชาชน การท่องเที่ยว และการรับมือเหตุฉุกเฉิน โครงการรองรับประชาชนในพื้นที่สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่มีรายได้ให้ประเทศมากกว่าปีละ 2 แสนล้านบาท เทียบกับเงินลงทุน 7 หมื่นล้านบาท สามารถเชื่อมการเดินทางได้สะดวก ในระยะ 30 ปี คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มเป็น 4 แสนล้านบาท ถือว่าคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ” นายสุรเชษฐ์ ระบุ
ผู้ว่าฯ กทพ. ยังกล่าวด้วยว่า โครงการนี้มีความยาก 2 เรื่องคือ ค่าลงทุนที่สูงหากให้เอกชนมาร่วมลงทุน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะรวมแพ็คเกจโครงการทางด่วน กับที่พักริมทาง (Rest Area) ที่มี 1 แห่ง บนฝั่งแผ่นดิน ประเมินค่าใช้จ่ายตลอด 30 ปี 441 ล้านบาท มีรายได้ประมาณ 878 ล้านบาท มีอัตราผลตอบแทน FIRR ที่ 3.69%
อีกเรื่องที่สำคัญคือ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องมีการขอใช้พื้นที่กรมป่าไม้, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กองทัพเรือ และทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงการดูแลสัตว์น้ำ ประการัง ซึ่งมีแผนระหว่างก่อสร้าง เช่น เพิ่มระยะห่างของตอม่อเสาสะพานเลี่ยงแนวประการัง ส่วนโลมาสีชมพู ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย เป็นทางพิเศษยกระดับข้ามทะเลเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินใหญ่ และเกาะสมุย ขนาด 4 ช่องจราจร (ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าทางทิศตะวันออก ตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลควนทอง อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช
จากนั้นแนวเส้นทางมุ่งหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านพื้นที่สวนปาล์ม และผ่านอ่าวประทับ แล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก เข้าเชื่อมเกาะสมุยบริเวณเนินเขาแหลมสอ และมีจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4170 ในพื้นที่ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางรวมประมาณ 37.41 กิโลเมตร
โดยมีการออกแบบให้รองรับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และระบบสายสื่อสาร จนนำไปสู่การลงนาม MOU ร่วมกันระหว่าง กทพ. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับโครงข่ายการคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ให้สามารถเชื่อมโยงแผ่นดินใหญ่สู่เกาะสมุยได้ตลอด 24 ชั่วโมง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)





