
นายวิเลิศ อรวรรณวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลัส เทค อินโนเวชั่น [PTECH] ว่า ผลประกอบการไตรมาส 4/68 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการ 81.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและให้บริการ 39.7 ล้านบาท จำนวน 41.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 104.7% และขาดทุนสุทธิ 20.5 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 281.4 ล้านบาท ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นจากการปรับโครงสร้างบริษัทอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวมถึงรับรู้รายได้จากธุรกิจผลิตบัตรเครดิต (Visa & MasterCard) บริการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลตามสัญญาที่ได้รับในปี 2568 และการเข้าประมูลงานภาครัฐหลายโครงการ
อีกทั้งเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EMS) ของลูกค้าในและต่างประเทศ ซึ่งมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังควบคุมต้นทุนและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับที่แข่งขันได้ โดยมีกำไรขั้นต้น 15.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 202%
ส่วนผลประกอบการงวดปี 2568 มีรายได้รวม 219.9 ล้านบาท และมีขาดทุนสุทธิ 1,122.5 ล้าน สาเหตุหลักมาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยดำเนินการขายหุ้น บริษัท เวนดิ้ง พลัส จำกัด (VDP) ซึ่งมีการบันทึกค่าใช้จ่ายรายการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจ ประกอบด้วย การด้อยค่าสินทรัพย์, การตั้งค่าเผื่อด้านเครดิต, การจำหน่ายบริษัทย่อย, ผลขาดทุนจากธุรกิจที่ยกเลิก
อย่างไรก็ตามการปรับโครงสร้างดังกล่าว ส่งผลให้ฐานะการเงินของ PTECH มีความชัดเจน โปร่งใส และพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต โดยปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงเหลือ 0.8 เท่า จาก 1.9 เท่า (31 ธ.ค. 67) อัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นที่ 1.3 เท่า จาก 0.2 เท่า (31 ธ.ค. 2567) สะท้อนความสามารถในการบริหารเงินสดและเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการพัฒนาโรงงานเพื่อเตรียมรับงานใหม่
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 1/69 บริษัทคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากความต้องการใช้บัตรพลาสติกในกลุ่มที่ต้องการความปลอดภัยสูง อาทิ Contactless Card, Eco Card และ Dynamic CVV Card โดยเฉพาะในกลุ่มสถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งบริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มฐานลูกค้าในกลุ่มธนาคารและองค์กรขนาดใหญ่ ควบคู่กับการต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ อาทิ พม่า และอินโดนีเซีย
นอกจากนี้บริษัทเร่งพัฒนาธุรกิจ EMS ซึ่งถือเป็น New S-Curve เพื่อสร้างสร้างสัดส่วนรายได้ใหม่ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจหลักเพียงด้านเดียว รองรับการเติบโตระยะยาว โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหม่หลายราย พร้อมทั้งมุ่งควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมความสามารถในการแข่งขัน
“ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการเร่งฟื้นฟู PTECH อย่างจริงจัง ผ่านการวางแผนขยายธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่ โดยธุรกิจบัตรกลับมาดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ จากความไว้วางใจของลูกค้ารายใหญ่หลายราย และธุรกิจ EMS ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระยะต่อไป โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้รวมราว 1,000 ล้านบาท และคาดว่าบริษัทจะเริ่มกลับมาทำกำไรได้ภายในปีนี้” นายวิเลิศ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 69)





