
นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โอสถสภา [OSP] กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปี 69 เติบโตในระดับ Mid-Single Digit ผ่านการขับเคลื่อนธุรกิจ 3 พลัง ขับเคลื่อน ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่มในประเทศ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และกลุ่มธุรกิจในต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโต รักษาส่วนแบ่งตลาด (Market share) และขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับ OSP ที่อยู่มาอย่างยาวนาน 135 ปี
กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศ บริษัทเดินหน้าเพิ่มความแข็งแกร่งสินค้าตัวหลัก ได้แก่ M150, Lipo และ Cvitt ซึ่งยังคงปกป้องและขยายฐานส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์หลักที่สร้างรายได้หลักให้องค์กร ควบคู่ไปกับเร่งการเติบโตสินค้ากลุ่มราคา 10 บาท, C-vitt 0% และเจาะตลาดกลุ่มใหม่และขยายฐานผู้บริโภคที่ตอบสนองต่อราคาและสุขภาพ ประกอบกับการยกระดับความเชื่อมโยงกับผู้บริโภค ร้านค้า และคู่ค้า ผ่านการสร้างระบบนิเวศนิเวศการขายที่แข็งแกร่งและยั่งยืนผ่านโครงการเชิงกลยุทธ์
ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (Personal Care) บริษัทจะต่อยอดความสำเร็บในการรักษาความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแบรนด์ Babi Mind ที่สามารถสร้างสถิติส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในรอบ 3 ปีได้ในปีก่อนในกลุ่มสินค้าสบู่เหลวเด็ก และยังมีแผนขยายฐานจากกลุ่มแม่และเด็กไปสู่กลุ่มผู้ใหญ่มากขึ้น ด้วยการผลักดันกลุ่มผลิตภัณฑ์อาบน้ำและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ้อนเร้น และผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย
ประกอบกับ การยกระดับพอร์ตสินค้าในกลุ่ม Personal Care ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น เช่น การเปิดตัวน้ำหอม แบรนด์ Twelve Plus Eau De Parfum และผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายระดับบน XIT Pro Roll-on อีกทั้งในปี 69 ยังรุกสู่ตลาดแชทพูสำหรับผู้ใหญ่ ที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 8 พันล้านบาท เพื่อช่วงชิงโอกาสทางการตลาด และสร้างการเติบโตมากขึ้นให้กับกลุ่ม Personal Care ของ OSP
ด้านธุรกิจต่างประเทศ OSP จะปักหมุดขยายตลาดไปยังภูมิภาคใหม่ๆ ผ่านต้นแบบโมแลความสำเร็จจากเมียนมาและลาว ผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรท้องถิ่น โดยจะนำร่องบุกตลาดจีนที่มีศักยภาพสูงด้วยแบรนด์ Babi Mild พร้อมมองการขยายตลาดที่มีกำลังซื้อสูงในตะวัรออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ และโอมาน เป็นต้น
ประกอบกับ การที่ OSP จะเข้าร่วมงาน THAIPEX 2026 เป็นครั้งแรก เพื่อสร้างโอกาสในการดึงดูดคู่ค้าและนักลงทุนจากนานาชาติ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภคในระดับสากล และสร้างโอกาสการเปิดตลาดใหม่ๆให้กับผลิตภัณฑ์ในเครือ OSP
“ท่ามกลางความท้าทายของปัจจัยต่างๆที่กระทบต่อความผันผวนของเศรษฐกิจ OSP ยังให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนตลาดในอนาคต ผ่านนวัตกรรมที่ตอบโจทย์คนทุกลุ่ม ทุกเจน ช่วยบริหารค่าใช้จ่ายให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และสร้างกำไรที่แข็งแรงระยะยาวอย่างยั่งยืน” นางสาวมุกดา กล่าว

นางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ Group Chief Financial Officer OSP กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญในปี 69 คือการสร้างการเติบโตทั้ง Top & Bottom Line ผ่านการสร้าง Economy of Scale ในการเพิ่มปริมาณการขาย และการใช้กำลังการผลิตให้เต็มประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการรักษาอัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้ทรงตัวหรือสูงกว่าปีก่อนที่ 40% และผลักดันให้อัตรากำไรสุทธิเติบโตได้ก้าวกระโดด
นอกจากนี้ OSP ยังเตรียมงบลงทุนในปี 69 ไว้ที่ 400-500 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้าน Digital Technology & AI มุ่งเน้นการนำข้อมูลแบบ Real-time มาใช้ในการตัดสินใจ และการบริหารความเสี่นงอย่างแม่นยำ รวมถึงการลงทุนในด้าน People & Culture เพื่งบ่มเพาะ Talent ในการสร้างองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณผู้ประกอบการ พร้อมสนับสนุนการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคได้อยทางไร้รอยต่อ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มี.ค. 69)





