
นักศึกษามหาวิทยาลัยในคิวบามากกว่า 20 คนรวมตัวชุมนุมประท้วงเป็นเวลาหลายชั่วโมงที่มหาวิทยาลัยฮาวานาเมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค.) หลังไม่พอใจที่การเรียนการสอนถูกกระทบจากวิกฤตพลังงาน ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังสหรัฐฯ ปิดกั้นการจัดส่งน้ำมัน ส่งผลให้โครงข่ายไฟฟ้าของประเทศเผชิญภาวะเกือบล่มสลาย
นักศึกษานั่งชุมนุมท่ามกลางแดดในช่วงสาย โดยใช้ร่มกันแดดและมีการโต้เถียงกับอาจารย์รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัย ซึ่งเดินทางมาถึงไม่นานหลังจากการนั่งประท้วงเริ่มขึ้น
นักศึกษารายหนึ่งกล่าวต่อหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมว่า ไม่มีใครต้องการตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมานั่งอยู่กลางแดด แต่พวกเขาเห็นว่าไม่มีทางเลือกอื่น
นักศึกษายังระบุว่า ทางการไม่ได้ดำเนินมาตรการอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันการหยุดชะงักของการเรียน หลังจากสหรัฐฯ เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรและแรงกดดันต่อประเทศเกาะแห่งนี้
ในเดือนม.ค. สหรัฐฯ ได้ตัดการส่งออกน้ำมันจากเวเนซุเอลาไปยังคิวบา ส่งผลให้โครงข่ายไฟฟ้าที่อ่อนแออยู่แล้วขาดเชื้อเพลิงมากขึ้น และก่อให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบขนส่ง อาหาร และการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต
รัฐบาลคิวบาประกาศมาตรการหลายอย่างในเดือนม.ค. รวมถึงการจัดการเรียนการสอนทางไกลเช่นเดียวกับช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาของประเทศสามารถดำเนินต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม นักศึกษาระบุว่า มาตรการเหล่านั้นยังไม่เพียงพอ จึงตัดสินใจออกมาประท้วงเพื่อให้เสียงของพวกเขาถูกนำไปพิจารณา
โฮเซ จูเลียน ดิอาซ อาจารย์มหาวิทยาลัยและอดีตตัวแทนนักศึกษาระบุว่า สถานการณ์พิเศษเช่นนี้จำเป็นต้องมีการพูดคุยกันระหว่างนักศึกษากับมหาวิทยาลัย พร้อมชี้ว่า สถานการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นไม่บ่อย และควรเรียนรู้ที่จะหารือกับนักศึกษาในประเด็นดังกล่าว
ในช่วงแรก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยได้ห้ามนักศึกษานั่งบริเวณบันไดหินหน้าทางเข้า โดยใช้เชือกกั้นและติดป้ายห้ามผ่าน อย่างไรก็ตาม นักศึกษายังคงเดินขึ้นบันไดและข้ามเชือกกั้น ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบางส่วนเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ก่อนที่โมเดสโต ริคาร์โด โกเมซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาจะเข้ามาแทรกแซงและสั่งให้เจ้าหน้าที่ถอนกำลัง
รัฐมนตรีช่วยระบุว่า นักศึกษาได้หยิบยกประเด็นที่สมเหตุสมผล พร้อมกล่าวโทษว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดขึ้นของรัฐบาลทรัมป์ และยืนยันว่าจะไม่มีการลงโทษผู้เข้าร่วมการประท้วงครั้งนี้
ขณะเดียวกัน นักศึกษาบางส่วนระบุว่า หากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ก็อาจมีการชุมนุมอีกในอนาคต โดยพร้อมเข้าร่วมการเจรจาหากการพูดคุยสามารถสะท้อนข้อเรียกร้องของนักศึกษาได้ แต่หากการหารือไม่เกิดผล พวกเขาก็จะกลับมานั่งประท้วงอีกครั้ง
ทั้งนี้ การประท้วงในคิวบาซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ถือว่าเกิดขึ้นได้ยาก แม้ว่ารัฐธรรมนูญปี 2562 จะให้สิทธิประชาชนในการชุมนุมประท้วง แต่กฎหมายที่กำหนดรายละเอียดของสิทธิดังกล่าวยังคงค้างอยู่ในกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา ส่งผลให้ผู้ที่ออกมาประท้วงยังอยู่ในสถานะทางกฎหมายที่ไม่ชัดเจน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)





