
นายอัครเดช เลี่ยมเจริญ ผู้อำนวยการด้านบัญชีและการเงิน บมจ.เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ [NSL] เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ที่ 13-15% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่จำหน่ายในร้าน 7-Eleven ซึ่งเติบโตตามการขยายสาขาและการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่อง ตั้งเป้าออกสินค้าใหม่ไม่ต่ำกว่า 4-5 รายการต่อเดือน ขณะเดียวกันปีนี้เครือบริษัทมีแผนส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ลงสู่ตลาดรวมกว่า 180 SKUs เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ
นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยตั้งเป้าควบคุมต้นทุนขาย (COGS) ไม่ให้เกิน 79% ของรายได้ สำหรับแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา คาดว่าจะสอดคล้องกับช่วงเดือนมกราคม- กุมภาพันธ์ 2568 อยู่ที่สูงกว่า 21% หากไม่มีปัจจัยลบเข้ามาแทรกซ้อน
ด้านธุรกิจ Food Services เน้นการแสวงหาลูกค้ารายใหญ่เพื่อเพิ่มการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ในการผลิตและลดค่าใช้จ่าย ธุรกิจ NSL Intertrade ขยายฐานลูกค้าใหม่ในต่างประเทศผ่านการส่งออกสินค้าในเครือและสินค้าซื้อมาขายไป (Trading) สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปัจจุบันมีการส่งออกไปยังตะวันออกกลางในสัดส่วน 12% ของรายได้ NSL Intertrade แต่เมื่อเทียบกับรายได้รวมของกลุ่มถือว่ายังไม่มีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมแผนรับมือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยกระจายพอร์ตการส่งออกเพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง
นอกจากนี้ สถานการณ์สงครามส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง แม้การส่งออกส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย แต่ในด้านการนำเข้าวัตถุดิบ บริษัทได้ร่วมกับซัพพลายเออร์ (Supplier) ในการสำรองสต็อกสินค้าเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินสภาวะสต็อกทุกสัปดาห์
สำหรับโรงงานใหม่ภายใต้ของ NSL Integration คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จและเริ่มดำเนินการผลิตได้ในช่วงกลางปี 2569 โดยจะเน้นผลิตกลุ่มเบเกอรี่และอาหารพร้อมทาน (Ready-to-eat) ทั้งรูปแบบแช่แข็ง แช่เย็น และสินค้าอุณหภูมิห้อง เพื่อรองรับการเติบโตในปีนี้และปีต่อๆ ไป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)





