
เงินรูปีของอินเดียอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ (12 มี.ค.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานเพิ่มขึ้นจากวิกฤตอิหร่าน
คู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ/รูปี ปรับตัวขึ้นมากกว่า 0.3% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 92.520 รูปี ซึ่งสะท้อนการอ่อนค่าของสกุลเงินอินเดีย
แรงกดดันต่อค่าเงินรูปีเพิ่มขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานของอินเดีย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย
มีรายงานว่าอิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญที่รองรับน้ำมันประมาณ 20% ของการบริโภคทั่วโลก โดยอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศหลักที่นำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซผ่านเส้นทางดังกล่าว
อินเดียพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซอย่างมาก โดยคิดเป็นประมาณ 80% ของการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศ ในช่วงปีที่ผ่านมา อินเดียได้กระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันไปยังประเทศในตะวันออกกลาง เช่น อิรัก และซาอุดีอาระเบีย ท่ามกลางการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้นจากสหรัฐฯ ต่อการที่อินเดียซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
นักวิเคราะห์ของธนาคารเอเอ็นแซด (ANZ) เตือนว่า หากราคาน้ำมันและก๊าซปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจทดสอบความแข็งแกร่งด้านการเงินของอินเดีย และอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ
นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจทำให้แรงกดดันด้านการคลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากรัฐบาลอาจต้องเพิ่มเงินอุดหนุนสำหรับปุ๋ยและก๊าซหุงต้ม ซึ่งอาจทำให้การขาดดุลงบประมาณของอินเดียที่เปราะบางอยู่แล้วสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้เงินออมของครัวเรือนลดลง กระทบต่อการบริโภค และอาจส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง
นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้เศรษฐกิจอินเดียอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งก่อนเกิดวิกฤตอิหร่าน โดยมีการเติบโตสูงและเงินเฟ้อต่ำ แต่หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็อาจลบล้างแนวโน้มดังกล่าวได้
ทั้งนี้ ANZ คาดว่า ค่าเงินรูปีจะยังคงผันผวนในระยะใกล้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 69)





