ยูเครนชี้ รัสเซียได้อานิสงส์จากสงครามอิหร่าน เหตุราคาน้ำมันพุ่งหนุนงบทำสงคราม

อันดรีย์ พิชนีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางยูเครน กล่าวว่า การรู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของยูเครนซึ่งได้รับความเสียหายอยู่แล้วจากภาวะสงคราม ขณะเดียวกันก็จะเอื้อประโยชน์แก่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ในปีที่ห้าของการรุกรานยูเครน

พิชนีย์เตือนถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งรวมถึงการที่ดุลการค้าของยูเครนจะยิ่งย่ำแย่ลง และเงินเฟ้ออาจสูงขึ้นอันเนื่องมาจากต้นทุนพลังงานที่ทะยานขึ้น โดยขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์ตึงเครียดจะยืดเยื้อไปนานเท่าไร

ผู้ว่าการธนาคารกลางยูเครนกล่าวว่า สิ่งที่แย่กว่านั้นคือความเป็นไปได้ที่การโจมตีอิหร่านครั้งล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะดึงความสนใจออกไปจากสงครามในยูเครน และความเป็นไปได้ที่จะทำให้ยูเครนประสบกับความยากลำบากในการเข้าถึงอาวุธที่สำคัญ ในขณะที่การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกอาจเป็นผลดีต่อสถานะการคลังของรัสเซีย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของรัสเซียกำลังเผชิญกับแรงกดดันหลังจากถูกโดดเดี่ยวมานานถึงสี่ปี

ทั้งนี้ พิชนีย์กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะช่วยเสริมสร้างสถานะการคลังที่แข็งแกร่งขึ้นให้กับปูติน และจะช่วยจัดหาทรัพยากรพิเศษเพื่อเพิ่มแสนยานุภาพให้กับเครื่องจักรสงครามของรัสเซีย

สงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ได้ล่วงเข้าสู่วันที่ 13 แล้ว ซึ่งความขัดแย้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง

พีชนีย์ยังกล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ได้แสดงความกังวลถึงความเป็นไปได้ที่ยูเครนอาจเผชิญกับภาวะขาดแคลนขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ เนื่องจากสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรได้ใช้ขีปนาวุธแพทริออตในคลังสำรองไปเป็นจำนวนมาก โดยเขามองว่า หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อและทวีความรุนแรงมากขึ้น ก็อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการที่ยูเครนจะได้รับอาวุธและขีปนาวุธสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ

นอกจากนี้ พีชนีย์กล่าวว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูเครน ซึ่งพุ่งแตะระดับ 7.6% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปีนั้น อาจจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.9 % จากผลของวิกฤตการณ์ในครั้งนี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 69)