
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (18 มี.ค.) หลังจากราคาน้ำมันชะลอตัวลงในช่วงเช้านี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ หรือในช่วงเช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.) ตามเวลาไทย เพื่อดูว่าคณะกรรมการเฟดจะดำเนินการเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้ออย่างไร ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียดในขณะนี้
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 54,898.44 จุด พุ่งขึ้น 1,198.05 จุด หรือ +2.23%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,825.08 จุด ลดลง 43.46 จุด หรือ -0.17% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 4,033.62 จุด ลดลง 16.29 จุด หรือ -0.40%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้นกว่า 3% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวขึ้น 0.25%
ราคาน้ำมันปรับตัวลงและเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ลดลง 1% และราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวลง 1.6%
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นว่า ยอดส่งออกเดือนก.พ.ของญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 4.2% แตะระดับ 9.57 ล้านล้านเยน เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเดือนที่ 6 และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้น 1.6%
ส่วนยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 10.2% แตะที่ระดับ 9.51 ล้านล้านเยน เมื่อเทียบรายปี โดยได้แรงหนุนจากความต้องการชิปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่น ๆ อย่างไรก็ดี ยอดนำเข้าเดือนก.พ.อ่อนแอกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้น 11.5%
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้าในเดือนก.พ.อยู่ที่ 5.73 หมื่นล้านเยน (361 ล้านดอลลาร์) ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการเกินดุลการค้าครั้งแรกในรอบ 2 เดือน โดยได้ปัจจัยหนุนจากการส่งออกชิปไปยังประเทศต่าง ๆ ในเอเชียเพิ่มขึ้น
นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ โดยคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.5% – 3.75% ในการประชุมครั้งนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด หลังการประชุม ตลอดจนรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ดี สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นยังคงทำให้นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย โดยล่าสุด อิหร่านได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งทำให้เกิดเพลิงไหม้ที่เขตอุตสาหกรรมน้ำมันฟูไจราห์ (Fujairah Oil Industry Zone) และสร้างความเสียหายต่อเรือบรรทุกน้ำมันใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มี.ค. 69)





