
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกโรงขู่ว่าจะถล่มโรงไฟฟ้าของอิหร่านให้สิ้นซาก หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบภายใน 48 ชั่วโมง
ทรัมป์โพสต์ลงโซเชียลมีเดียเมื่อคืนนี้ (21 มี.ค.) ว่า “หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ … ภายใน 48 ชั่วโมงนับจากเวลานี้ สหรัฐอเมริกาจะโจมตีและทำลายล้างโรงไฟฟ้าแห่งต่าง ๆ ของอิหร่าน โดยจะเริ่มจากแห่งที่ใหญ่ที่สุดก่อน!”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น แม้ก่อนหน้านี้ไม่นานมีสัญญาณจากทรัมป์ว่า สหรัฐฯ จะถอยจากเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านที่อยู่บนเรือ เพื่อบรรเทาความกังวลด้านอุปทานน้ำมันโลก
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์และเพนตากอนคาดว่า การปฏิบัติการจะใช้เวลาประมาณ 4–6 สัปดาห์เพื่อบรรลุเป้าหมาย
ด้านอิสราเอลเปิดเผยว่า กองกำลังอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งส่งสัญญาณน่ากังวลว่าภัยคุกคามดังกล่าวอาจลุกลามไปภูมิภาคอื่น ๆ นอกตะวันออกกลาง โดยอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัย 4,000 กิโลเมตร จำนวน 2 ลูก เข้าใส่ฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-อังกฤษที่เกาะดีเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย
ผู้บัญชาการทหารอิสราเอล ระบุว่า ขีปนาวุธเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อโจมตีอิสราเอล โดยเมืองหลวงในยุโรป ทั้งเบอร์ลิน ปารีส และโรม ล้วนอยู่ในระยะที่ถูกคุกคามโดยตรง
ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 รายในอิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตี ขณะที่ในอิสราเอล มีผู้เสียชีวิต 15 รายจากการโจมตีของอิหร่านนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 มี.ค. 69)





