
นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า บอร์ด กกพ.ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ จะมีการพิจารณาค่าไฟงวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค.69) หลังจากต้นทุนราคาก๊าซ LNG ปรับตัวสูงขึ้น จากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง โดยจากเดิมที่ กกพ. คำนวนตามสูตรค่า Ft แบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่
– กรณีแรก การคำนวณตามสูตรการปรับค่า Ft (จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั้งหมดที่ปัจจุบันค้าอยู่ประมาณ 36,000 ล้านบาท ส่งให้ค่าไฟจะอยู่ที่ 4.59 บาทต่อหน่วย
– กรณีที่สอง ไม่ใช้หนี้ กฟผ. ทำให้ค่าไฟจะอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย
– กรณีที่สาม คือ ไม่ใช้หนี้ กฟผ. และนำเงิน Claw Back ที่มีในมือ 9,400 ล้านบาท มาช่วยลดค่าไฟได้ 13 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟลงมาอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะสูงกล่าวค่าไฟงวดปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย
ดังนั้นหากรัฐต้องการตรึงค่าไฟ จำเป็นต้องมีมาตรการเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้ราคาก๊าซ LNG ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ราคา Spot LNG ปรับขึ้นอยู่ที่ 25 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 11 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียูเท่านั้น
สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซฯในอ่าวไทยอีก 150 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากปัจจุบันรวมอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน นอกจากนี้ยังได้มีการหารือกับบริษัท LNG Shipper ให้เร่งจัดหา LNG จากแหล่งอื่นมาเสริม เช่น เอเชียแปซิฟิก แอฟริกาตะวันตก เป็นต้น
นอกจากนี้ได้สั่งการให้ กฟผ. ปรับแผนการผลิตไฟฟ้าโดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งมีต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงชนิดอื่น ซึ่งปัจจุบันโรงไฟฟ้าแม่เมาะเดินเครื่องผลิต 700 เมกะวัตต์ จากกำลังผลิตรวม 1,200 เมกะวัตต์ รวมทั้งเร่งการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานน้ำทั้งในไทยและ สปป ลาวเพิ่มเติมด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มี.ค. 69)





