
บมจ.บลูบิค กรุ๊ป [BBIK] เผยความสำเร็จล่าสุดหลังได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณดัชนี FTSE Global Equity Index Series ในกลุ่ม Micro Cap ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมนี้เป็นต้นไป การได้รับคัดเลือกตามเกณฑ์ของ FTSE Rebalance สะท้อนถึงการดำเนินงานที่เป็นไปตามมาตรฐานระดับสากลของบริษัทฯ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น พร้อมดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สำหรับเกณฑ์ที่ดัชนี FTSE นำมาใช้พิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์เพื่อคำนวณรวมในดัชนี FTSE SET นั้นมีความเข้มงวดและครอบคลุมทั้งในมิติด้านสภาพคล่อง ซึ่งต้องมีปริมาณการซื้อขายรายวันเฉลี่ยต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 0.05% ของจำนวนหุ้นที่ซื้อขายได้ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 เดือน จาก 12 เดือนก่อนวันพิจารณาทบทวนรายชื่อดัชนีในแต่ละรอบ รวมถึงต้องผ่านเกณฑ์การกระจายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) มากกว่า 15% ขึ้นไป ซึ่งการที่บลูบิคสามารถผ่านเกณฑ์ดังกล่าวได้อย่างครบถ้วนเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพและเสถียรภาพของบริษัทฯ ในตลาดทุนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BBIK เปิดเผยว่า การที่บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกภายใต้หลักเกณฑ์ของ FTSE สะท้อนให้เห็นว่าหุ้นของบริษัทฯ มีสภาพคล่องสูงและได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะหลังจากที่บริษัทฯ ได้ย้ายการซื้อขายจากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้เพียง 7 เดือน แต่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานสากลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสในการขยายฐานนักลงทุนสถาบันทั้งในระดับประเทศและระดับสากลนับจากนี้
สำหรับการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บลูบิคยังคงเป้าหมายสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายผลประกอบการขยายตัวเพิ่มขึ้น 20% ผ่านกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการภายในอย่างมีประสิทธิภาพและการขยายบริการแบบครบวงจร ซึ่งล่าสุดบลูบิคมีการเปิดตัวบริษัทลูก “บลูบิค ดิจิทัล” เพื่อรองรับโครงการขนาดใหญ่ระดับ 100 ล้านบาท ถึง 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โดยปัจจุบัน บลูบิค กรุ๊ป เปิดดำเนินการใน 4 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย สหราชอาณาจักร อินเดีย และเวียดนาม มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีรวมกว่า 1,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นบุคลากรของ บลูบิค ดิจิทัล กว่า 500 ราย และมีแผนเพิ่มกำลังพลอีก 10% ภายในปีนี้ เพื่อเสริมศักยภาพการขยายตัว และมุ่งสู่การเป็น Strategic Tech Enabler ชั้นนำระดับภูมิภาค พร้อมขยายสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างมีเสถียรภาพแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มี.ค. 69)





