
วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 54 ต่อ 45 ในวันจันทร์ (23 มี.ค.) อนุมัติการเสนอชื่อวุฒิสมาชิกมาร์คเวย์น มัลลิน ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) คนใหม่ แทนคริสตี โนม ซึ่งถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปลดจากตำแหน่ง
ปธน.ทรัมป์ได้สั่งปลดคริสตี โนม พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวง DHS เมื่อวันที่ 5 มี.ค. และประกาศเสนอชื่อ มาร์คเวย์น มัลลิน ให้ดำรงตำแหน่งแทน หลังจากโนมได้เผชิญมรสุมเรื่องอื้อฉาวมานานหลายเดือน รวมถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงพลเมืองสหรัฐฯ 2 รายเสียชีวิตในเมืองมินนิแอโพลิส และข้อซักถามจากฝ่ายนิติบัญญัติเกี่ยวกับสัญญาจ้างโฆษณามูลค่า 220 ล้านดอลลาร์
มัลลินเข้ารับตำแหน่งในขณะที่กระทรวง DHS ถูกปิดการดำเนินงาน เนื่องจากพรรคเดโมแครตยังคงระงับงบประมาณสนับสนุนการใช้จ่าย อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง โดยงบประมาณของ DHS สิ้นสุดลงในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางในรัฐมินนีแอโพลิสได้ยิงชาวอเมริกันสองคนเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ด้านการบังคับใช้กฎหมาย
มัลลินได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและกิจการรัฐบาลแห่งวุฒิสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “เป้าหมายของผมในช่วงเวลา 6 เดือนคือการทำให้เราไม่เป็นข่าวพาดหัวทุกวัน เป้าหมายของผมคือให้ประชาชนเข้าใจว่าเรากำลังทำงาน เรากำลังปกป้องพวกเขา และทำงานร่วมกับพวกเขา”
ทั้งนี้ มัลลินเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปในหมู่เพื่อนร่วมวุฒิสภาจากทั้งสองพรรค โดยในระหว่างที่คณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและกิจการรัฐบาลแห่งวุฒิสภาพิจารณาการแต่งตั้งเขานั้น มัลลินส่งสัญญาณว่าเขาพร้อมเปิดกว้างเพื่อปรับทิศทางของ DHS โดยระบุว่าเขาจะกำหนดให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองต้องมีหมายศาลก่อนเข้าถึงทรัพย์สินส่วนบุคคล และกล่าวว่าอยากเห็นหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) กลายเป็น “หน่วยงานด้านการขนส่งมากกว่าเป็นด่านแรกของการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มี.ค. 69)





