
ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า ฟิลิปปินส์อาจต้องสั่งระงับการบิน เนื่องจากภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน อันเป็นผลจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน
ปธน.มาร์กอสเปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า หลายประเทศได้แจ้งกับสายการบินของฟิลิปปินส์ว่าไม่สามารถให้บริการเติมเชื้อเพลิงอากาศยานได้ สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้ผู้ประกอบการสายการบินของฟิลิปปินส์จำเป็นต้องบรรทุกเชื้อเพลิงไปเองเพื่อให้เพียงพอสำหรับทั้งเที่ยวบินขาไปและเที่ยวบินขากลับ
วิกฤติดังกล่าวส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลนในหลายประเทศ โดยสายการบินเวียดนามกำลังเตรียมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงเพิ่มเติมในเส้นทางบินระหว่างประเทศ โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเม.ย. นี้เป็นต้นไป
การเดินทางทางอากาศทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะชะงักงัน นับตั้งแต่สงครามอิหร่านบีบให้ต้องมีการปิดศูนย์กลางการบินที่สำคัญในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงดูไบ โดฮา และอาบูดาบี ส่งผลให้มีผู้โดยสารตกค้างเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งระงับแผนการทิ้งระเบิดถล่มระบบโครงข่ายไฟฟ้าของอิหร่านลงชั่วคราว ส่งผลให้ความตื่นตระหนกต่อวิกฤตการณ์พลังงานที่อาจลุกลามบานปลายนั้นทุเลาเบาบางลง
ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันจันทร์ (23 มี.ค.) ว่า เขาจะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นเวลา 5 วัน ขณะที่สหรัฐกำลังทำการเจรจากับอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ในเรื่องการเจรจา โดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านปฏิเสธว่า ไม่มีการเจรจาใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านที่ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้เช่นกัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มี.ค. 69)





