โลกเผชิญมลพิษทางอากาศรุนแรงในปี 2568 ฝุ่น PM2.5 คุกคามสุขภาพ-เศรษฐกิจ

คุณภาพอากาศทั่วโลกแย่ลงในปี 2568 หลังข้อมูลจากเกือบ 9,500 เมืองพบว่า มีเพียง 14% ที่ผ่านมาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งลดลงจาก 17% เมื่อปีก่อน โดยไฟป่าและมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม ยานพาหนะ และเกษตรกรรมเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สภาพอากาศย่ำแย่ลง

IQAir ระบุในรายงานว่า เมืองที่มีมลพิษมากที่สุด 25 เมืองล้วนอยู่ในอินเดีย ปากีสถาน และจีน ซึ่งสาเหตุเกิดจากโรงงาน ยานพาหนะ พายุฝุ่น และการเผาพืชผล โดยปากีสถานและบังกลาเทศมีค่าเฉลี่ย PM2.5 สูงที่สุด ขณะที่เฟรนช์โปลินีเซียและเปอร์โตริโกมีค่าต่ำที่สุด และเป็นหนึ่งใน 13 ประเทศหรือดินแดนที่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ของ WHO

แฟรงก์ แฮมเมส ซีอีโอของ IQAir ระบุว่า มลพิษทางอากาศจะส่งผลต่อคนรุ่นอนาคต ทำให้ไอคิวลดลง ความสามารถในการทำงานลดลง และสร้างภาระให้ระบบสาธารณสุขจากผู้ที่ต้องรับการรักษาและต้องออกจากตลาดแรงงาน

รายงานระบุด้วยว่า ปีที่ผ่านมา ไฟป่าในยุโรปและแคนาดาทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ส่วนธนาคารโลกระบุว่ามลพิษทางอากาศภายนอกอาคารคร่าชีวิตผู้คนราว 5.7 ล้านคนในปี 2563 และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละ 4.5-6.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นราว 6.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก

แม้บางประเทศ เช่น จีน จะบังคับใช้มาตรฐานคุณภาพอากาศเข้มงวดขึ้น แต่สหรัฐฯ มีแนวโน้มผ่อนคลายกฎเกณฑ์ภายใต้การขับเคลื่อนของสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค

ด้านกิตา โกปินาธ อดีตเจ้าหน้าที่ IMF ระบุว่า พื้นที่ทางเหนือของอินเดียมีสภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีในเดือนพ.ย.-ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าภาษีการค้า

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มี.ค. 69)