เลิกอุ้ม!! นายกฯ ปล่อยราคาดีเซลตามกลไกตลาด เล็งหามาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะไม่มีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ลิตรละ 33 บาท โดยจะต้องให้ราคาเคลื่อนไหวไปตามกลไกตลาด และรัฐบาลจะพิจารณามาตรการเข้ามาช่วยเหลือทั้งในส่วนของผู้ใช้น้ำมัน รวมถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทั้งนี้ คงไม่สามารถฝืนกลไกตลาดได้

“ไม่มีคำว่าตรึง เป็นไปตามกลไกตลาด และเมื่อไม่มีคำว่าตรึง ก็ไม่มีเพดาน รัฐบาลจะดูมาตรการสำหรับผู้ใช้น้ำมัน รวมถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่จะฝืนกลไกตลาดไม่ได้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนการจะให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปกู้เงินเพิ่มหรือไม่นั้น นายอนุทิน ระบุว่าต้องไปถามจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนก็รู้สึกเป็นทุกข์กับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมาจากปัจจัยเรื่องสงครามในตะวันออกกลาง รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการต่าง ๆ ออกมา ทั้งมาตรการประหยัดพลังงาน ประหยัดเชื้อเพลิง

โดยย้ำว่า ทุกวันนี้รัฐบาลพยายามให้ความมั่นใจว่า ก่อนที่มีสถานการณ์สงคราม ไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 77 ล้านลิตร/วัน และมีความต้องการใช้ประมาณ 67 ล้านลิตร/วัน แต่พอประชาชนตื่นตระหนก จึงทำให้มีความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มเป็นกว่า 80 ล้านลิตร/วัน ซึ่งเกินกำลังการผลิต

“อยากให้ประชาชนรับทราบว่า ปริมาณน้ำมันที่อยู่ในระบบ ถ้าไม่รวมความตื่นตระหนกที่เพิ่มขึ้นมาเกือบ 20 กว่าล้านลิตร เราก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่สิ่งที่ควบคุมไม่ได้คือ ราคา ซึ่งเป็นไปตามกลไกปกติ เวลามีสงครามราคามันก็ขึ้น แต่ถ้ามีแนวโน้มที่ดีราคาก็ลงมา” นายอนุทิน กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เมื่อเช้าได้รับรายงานว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทยจะผ่านเข้ามาที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานงานอย่างเต็มที่กับสถานทูตอิหร่าน ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันไทยสามารถผ่านมาได้

“เราก็ต้องดำเนินนโยบายทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านการทูต การค้า ก็พยายามให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนก่อนวันที่ 28 ก.พ. ที่จะมีสงครามเกิดขึ้น” นายกรัฐมนตรี ระบุ

ส่วนมีโอกาสราคาดีเซลจะพุ่งไปถึงลิตรละ 50 บาทหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ทราบ ตอนนี้ต้องใช้อย่างประหยัด และใช้อย่างตระหนัก ขณะนี้กองทุนน้ำมันฯ ยังดูแลได้อยู่ และในการประชุม ศบก. แต่ละครั้ง ก็ได้รับข้อสั่งการของตนให้ดูเรื่องการช่วยเหลือประชาชนและภาคการผลิตให้มากที่สุด

สำหรับราคาสินค้าอุปโภคนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกลไกตลาด ก็พยายามตรึงทุกอย่างเท่าที่รัฐบาลจะทำได้ ซึ่งทาง รมว.พาณิชย์ ได้พยายามดูแลไม่ให้เกิดการฉวยโอกาส หรือการค้ากำไรเกินควร

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มี.ค. 69)