คะแนนนิยมทรัมป์ดิ่งทุบสถิติ หลังราคาน้ำมันพุ่ง-ประชาชนไม่หนุนสงครามอิหร่าน

ผลสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอสส์ที่เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (24 มี.ค.) บ่งชี้ว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่การดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 โดยสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและเสียงคัดค้านของประชาชนต่อสงครามอิหร่าน

ผลสำรวจจัดทำเป็นเวลา 4 วัน และสิ้นสุดในวันจันทร์ (23 มี.ค.) พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 36% เห็นด้วยกับผลงานของทรัมป์ ลดลงจาก 40% ในการสำรวจครั้งก่อนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน มีเพียง 25% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เห็นด้วยกับการจัดการค่าครองชีพ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทรัมป์เคยระบุว่าเป็นแรงหนุนชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2567

ด้านการบริหารเศรษฐกิจ มีเพียง 29% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วย ซึ่งเป็นคะแนนต่ำสุดในช่วงใด ๆ ของการดำรงตำแหน่งของทรัมป์ และต่ำกว่าคะแนนด้านเศรษฐกิจของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หลังสงครามกับอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ทรัมป์เผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากพันธมิตรทางการเมือง ผู้นำธุรกิจ และแม้กระทั่งฐานผู้สนับสนุน MAGA (Make America Great Again) ให้ยุติความขัดแย้ง

ทั้งนี้ บุคคลสำคัญหลายรายในกลุ่ม MAGA แสดงจุดยืนต่อต้านสงครามอย่างชัดเจน รวมถึง สตีฟ แบนนอน อดีตหัวหน้ากลยุทธ์ทำเนียบขาว, ทักเกอร์ คาร์ลสัน นักวิเคราะห์การเมือง และเมกิน เคลลี่ นักข่าวสายการเมือง

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 69)