
มาจิด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ กล่าวว่า ความขัดแย้งที่ยังดำเนินอยู่ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคอ่าวอาหรับ พร้อมเรียกร้องให้มีการทบทวนมาตรการความมั่นคงร่วมกัน
อัล-อันซารีแถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อวันอังคาร (24 มี.ค.) ว่า นับตั้งแต่ที่อิสราเอลโจมตีกาตาร์เมื่อปีที่ผ่านมา คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ได้ดำเนินมาตรการเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันร่วมระหว่างรัฐสมาชิก ซึ่งมาตรการความร่วมมือที่มีอยู่นั้นมีประสิทธิภาพในการกำหนดแนวทางการป้องกันในปัจจุบัน โดยเขาได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีจุดยืนร่วมกันในรัฐอ่าวอาหรับ รวมทั้งในระดับภูมิภาค
ขณะเดียวกัน อัล-อันซารีเตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากความขัดแย้ง ทั้งต่อประชาชน โครงสร้างพื้นฐาน และเสถียรภาพภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้มีการเจรจาทางการทูตทันที ไม่ว่าจะผ่านช่องทางทางการหรือไม่เป็นทางการ เพื่อหาทางออกของความขัดแย้ง
“การหาทางออกของสงครามครั้งนี้ และข้อตกลงใด ๆ ที่เกิดขึ้น ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศที่ได้รับผลกระทบ” โฆษก กต. กาตาร์กล่าว
นอกจากนี้ อัล-อันซารียังกล่าวด้วยว่า กาตาร์ไม่เคยมีส่วนร่วมในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยระบุว่า กาตาร์ยังคงให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการป้องกันประเทศและจัดการกับผลกระทบต่าง ๆ จากการโจมตี
เขากล่าวว่า อิหร่านเป็นประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งของอ่าวอาหรับกับรัฐต่าง ๆ ในภูมิภาคที่ทอดยาวมาหลายพันปี โดยอัล-อันซารีเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดทำกรอบความร่วมมือเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ พร้อมเสริมว่าการโจมตีของอิหร่านต่อกาตาร์ไม่สอดคล้องกับหลักการความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 69)





