
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการแถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงมาตรการดูแลประชาชนในเรื่องค่าครองชีพ ว่า บ่ายวันนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาเพิ่มรายการสินค้าควบคุมอีก 12 รายการ ตั้งแต่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพ เช่น น้ำดื่มบรรจุขวด และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนการผลิต ซึ่งจากเดิมมีสินค้าควบคุม 59 รายการ จะรวมเป็นทั้งหมด 71 รายการ
โดยสินค้าที่ต้องขออนุญาตกระทรวงพาณิชย์ก่อนที่จะปรับขึ้นราคา ซึ่งแต่เดิมมี 8 รายการ จะเพิ่มอีก 13 รายการ รวมเป็น 21 รายการ อาทิ กระดาษชำระ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน สบู่ แชมพู ซึ่งหากได้รับการอนุมัติภายใต้ กกร. ก็จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 31 มี.ค.นี้
โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของพาณิชย์จังหวัด ทั้ง 16 จังหวัดทั่วประเทศ โดยการบูรณาการร่วมกับพลังงานจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 5-24 มี.ค.69 รวมทั้งสิ้น 2,726 แห่ง แบ่งเป็นสถานีน้ำมัน 1,650 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ย 569 แห่ง และตลาดห้างค้าปลีก 57 แห่ง ตรวจพบการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการปี พ.ศ. 2542 ใน 9 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 14 ราย พบการกระทำความผิด คือ ไม่ปิดป้ายประกาศราคาสินค้า โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบปรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนการติดตามเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วนของกรมการค้าภายใน 1569 รวมทั้งสิ้น 372 คำร้อง ตรวจพบไม่ติดป้ายราคา 14 ราย ราคาไม่ตรงป้าย 3 ราย ติดป้ายไม่ชัดเจน 1 ราย ไม่พบการกระทำความผิด 119 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 235 คำร้อง และมีการร้องเรียนอีก 33 คำร้อง ที่จำหน่ายสินค้าเกินราคาสมควร ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ราคาต้นทุนตามข้อเท็จจริง และจะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ในส่วนของการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ และส่วนกลางรวมถึงผู้บริหาร เพื่อติดตามสถานการณ์ทั้งราคาและปริมาณสินค้าในตลาด พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อที่จะปรับมาตรการให้สอดคล้องในการให้ความช่วยเหลือลดค่าครองชีพ และลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ โดยพบ 2 ส่วน คือ 1. ปริมาณสินค้าตรวจพบว่ามีความเพียงพอ และ 2. ราคาสินค้า อยู่ในระดับทรงตัว โดยเฉพาะอาหารจานเดียว ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง แต่ก็มีในส่วนที่ปรับเพิ่มตามโครงสร้างของราคาสินค้า เนื้อสุกร ไก่ ไข่ไก่ ปรับขึ้นตามต้นทุนทั้งค่าขนส่งและวัตถุดิบ
สำหรับบรรจุภัณฑ์ ถุงพลาสติก ปรับขึ้นตามห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจากการลงพื้นที่ของกระทรวงพาณิชย์ มีการปรับมาตรการให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ประชาชน และต้นทุน โดยขยายพื้นที่จำหน่ายสินค้าธงฟ้าให้มากขึ้น และการลดต้นทุน มีมาตรการธงเขียว ลดราคาปุ๋ย โดยจะทำงบประมาณให้มากขึ้น และความถี่มากขึ้น มีการขยายพื้นที่มากขึ้น
และอีกส่วนคือ “โครงการไทยช่วยไทย” เชื่อมโยงผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเล็กเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะนำเสนอสินค้า และมาตรการกำกับดูแลเจรจาเพื่อตรึงราคาสินค้าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าและต้นทุนนั้นสูงเกินไป
ส่วนที่มีข่าวว่าบางพื้นที่ได้ปรับขึ้นราคาสินค้า แต่กระทรวงพาณิชย์ยังเข้าไปตรวจสอบได้ไม่ทั่วถึงนั้น นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น หากดูในตลาดจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ 1. อาหารสด เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู ราคาปรับเพิ่มประมาณ 10 บาท เกิดจากราคาโครงสร้างราคาต้นทุน เช่น พลังงาน และค่าขนส่ง 2. น้ำมันพืชบรรจุขวด มีอยู่ 2 ระดับ คือระดับที่ 1 คือระดับที่เพิ่มขึ้นตามยี่ห้อ และระดับที่ 2 คือคุณภาพคงเดิม แต่ราคาที่ได้ระดับ 40-50 บาท และ 3. เกิดขึ้นจากต้นทุนของเม็ดพลาสติก คือ ถุงพลาสติก โดยทั้ง 3 ส่วนนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น หรือเงินเฟ้อ ดังนั้น มาตรการที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ คือการลดค่าครองชีพ
ยังรอการยืนยันสถานะ “3 ลูกเรือ” มยุรีนารี
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรง มีการโจมตีตอบโต้ระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก มีรายงานว่าสหรัฐฯ ส่งแผน 15 ข้อไปยังอิหร่านเพื่อยุติการสู้รบตะวันออกกลาง รวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร หากเจรจาล้มเหลว ก็จะมีความเสี่ยงที่สหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านต่อไป ส่วนช่องแคบฮอร์มุซ เรือจากบางประเทศที่ไม่เป็นปฏิปักษ์กับอิหร่านจะได้รับอนุญาตให้เดินผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ เน้นย้ำขอให้คนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว
ขณะที่การช่วยเหลือคนไทยในอิหร่านและโอมาน กรณีลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ “มยุรี นารี” ล่าสุดสามารถเข้าช่วยเหลือได้แล้ว แต่ขณะนี้ยังรอการยืนยันสถานะของลูกเรือทั้ง 3 คน ซึ่งไทยขอขอบคุณอิหร่าน และโอมานที่ได้ให้การช่วยเหลือในปฏิบัติการดังกล่าว ส่วนเรือพาณิชย์ของไทย 1 ลำ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย และอยู่ระหว่างเดินทางสู่ประเทศไทย
สำหรับคนไทยที่เดินทางกลับประเทศ นายปาณิดล กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ได้เดินทางถึงไทยแล้ว 4 คน และอีก 8 คน อยู่ระหว่างเดินทางจากอิหร่าน มาตุรกี และจะเดินทางกลับไทยต่อไป
ส่วนร่างของผู้เสียชีวิต จะกลับโดยสายการบินแอลอัล ถึงประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (26 มี.ค.) เวลา 09.20 น. โดยวานนี้ (24 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับญาติและครอบครัวเรียบร้อยแล้ว สำหรับภาพรวมตัวเลขการช่วยเหลือคนไทยที่ผ่านมา มีทั้งหมด 1,486 คน
นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับแรงงานไทยในอิสราเอล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดตามทุกอย่างอย่างใกล้ชิด โดยรวมอิสราเอลยังมีระบบป้องกันภัยที่ใช้ได้ สิ่งสำคัญขอให้แรงงานและคนไทยในอิสราเอล ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 69)




