
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประกาศมาตรการสนับสนุนทางการเงิน เพื่อช่วยปกป้องประเทศสมาชิกจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น
มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาเชื้อเพลิง ปุ๋ย และสินค้าอื่น ๆ ปรับตัวสูงขึ้น และกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานสำคัญ ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีข้อจำกัด ส่งผลให้หลายประเทศเร่งหามาตรการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน
บรรดาประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียได้รับผลกระทบหนัก โดยฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าจำเป็น ส่วนเวียดนามแนะนำให้ภาคธุรกิจเปิดทางให้พนักงานทำงานจากที่บ้านเพื่อลดการใช้พลังงาน ขณะเดียวกัน ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เสนอแนวคิดปรับลดเงินเดือนรัฐมนตรีและสมาชิกสภานิติบัญญัติ
ในแถลงการณ์เมื่อเย็นวันอังคาร (24 มี.ค.) ADB ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงมะนิลา ระบุว่า กำลังเตรียมให้ความช่วยเหลือที่รวดเร็ว ยืดหยุ่น และสามารถขยายขนาดได้ เพื่อช่วยประเทศสมาชิกกำลังพัฒนาในการรับมือกับแรงกดดันทางการคลังในระยะสั้น และรักษาเสถียรภาพด้านอุปทานสินค้าจำเป็น เช่น น้ำมันและอาหาร
มาตรการช่วยเหลือถูกออกแบบเป็น 2 แกนหลัก โดย ADB จะใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่ออัดฉีดสภาพคล่องอย่างรวดเร็วให้แก่รัฐบาลที่เผชิญแรงกดดันด้านการคลัง เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจและลดผลกระทบจากราคาที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ADB จะดำเนินโครงการสนับสนุนการค้าและห่วงโซ่อุปทานผ่านการให้การค้ำประกันและเงินกู้แก่ภาคเอกชน เพื่อให้สามารถนำเข้าสินค้าจำเป็นอย่างอาหารและพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งกลับมาให้การสนับสนุนการนำเข้าน้ำมันเป็นการชั่วคราว เพื่อให้การจัดหาพลังงานยังดำเนินต่อไป แม้ต้นทุนและข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์จะเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ ศรีลังกาเป็นประเทศแรกที่ได้รับความช่วยเหลือวงเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังยื่นคำขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ โดยมาซาโตะ คันดะ ประธาน ADB ระบุว่า การสนับสนุนเพิ่มเติมจะช่วยปกป้องเศรษฐกิจโดยรวมจากผลกระทบภายนอกดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม คันดะไม่ได้เปิดเผยขนาดเงินทุนรวมที่ ADB เตรียมไว้สำหรับช่วยเหลือรัฐบาลต่าง ๆ ในการรับมือวิกฤตการณ์
ในช่วงต้นเดือนนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียนได้เรียกร้องให้รัฐบาลเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร เพื่อลดผลกระทบจากความขัดแย้งที่ขยายตัวในตะวันออกกลาง
คันดะย้ำว่า ADB ยังคงมุ่งมั่นรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค โดยมาตรการครั้งนี้ต่อยอดจากประสบการณ์ในการสนับสนุนเอเชียและแปซิฟิกในช่วงที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน
ด้านไมเคิล ริคาฟอร์ต หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Rizal Commercial Banking Corp. มองว่า ความช่วยเหลือของ ADB เป็นเพียงมาตรการบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น ซึ่งจะช่วยให้ประเทศที่ได้รับประโยชน์สามารถรับมือกับราคาที่สูงขึ้น ความผันผวนของตลาด และปัญหาการหยุดชะงักของอุปทาน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 69)





