
สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานในวันนี้ (25 มี.ค.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.พ. อยู่ที่ระดับ 3% ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับของเดือนม.ค. และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยตัวเลข CPI เดือนก.พ.ถือเป็นข้อมูลเงินเฟ้อชุดสุดท้ายก่อนที่สงครามอิหร่านจะปะทุขึ้น
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมสินค้าในหมวดพลังงาน อาหาร แอลกอฮอล์ และยาสูบ อยู่ที่ระดับ 3.2% ในเดือนก.พ. เพิ่มขึ้นจากระดับ 3.1% ในเดือนม.ค.
ขณะที่เงินเฟ้อจากการบริการ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตลาดจับตาเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ถึงแรงกดของราคาภายในประเทศ ชะลอตัวลงเล็กน้อยสู่ระดับ 4.3% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2565
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ทำให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาเชื้อเพลิงและค่าสาธารณูปโภคของภาคครัวเรือน และยังมีผลกระทบทางอ้อมผ่านต้นทุนของภาคธุรกิจ”
นอกจากนี้ BoE ระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายกำลังเฝ้าระวังความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของแรงกดดันเงินเฟ้อภายในประเทศ ผ่านผลกระทบทางอ้อมในการกำหนดค่าจ้างและราคา ซึ่งความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นหากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญสำหรับการส่งออกน้ำมันและก๊าซออกจากตะวันออกกลาง ยังคงถูกปิดเกือบจะทั้งหมด ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งขึ้น ขณะที่สหราชอาณาจักรมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซ รวมถึงการขาดแคลนคลังจัดเก็บก๊าซ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 69)





