
การส่งมอบความช่วยเหลือจากรัสเซียไปยังอิหร่านกำลังใกล้จะเสร็จสิ้น โดยเป็นการทยอยส่งทั้งโดรน เวชภัณฑ์ และอาหาร ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมี.ค.นี้ ขณะเดียวกันมีรายงานว่า รัสเซียปฏิเสธคำขอของอิหร่านในการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ โดยตรง
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า รัสเซียยังคงสนับสนุนอิหร่านในหลายด้าน ทั้งภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง ข้อมูลเป้าหมาย และข่าวกรอง โดยนับเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกว่า รัสเซียให้การสนับสนุนทางทหารที่มีอานุภาพร้ายแรงแก่อิหร่าน นับตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกลางเริ่มต้นขึ้น
ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์เดอะไฟแนนเชียล ไทม์ส (FT) รายงานโดยอ้างข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองตะวันตกว่า ความช่วยเหลือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมศักยภาพทางการรบ และช่วยรักษาเสถียรภาพภายในของอิหร่าน โดยการหารือเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการส่งมอบความช่วยเหลือได้เริ่มขึ้นอย่างลับ ๆ ทันที หลังอิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้
ด้านดมิทรี เพสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียระบุว่า ขณะนี้มีข่าวปลอมจำนวนมากแพร่กระจายอยู่ แต่ยืนยันว่า รัสเซียยังคงเดินหน้าหารือกับผู้นำอิหร่านต่อไป
ในอีกด้านหนึ่ง แม้อิหร่านจะมีโครงการพัฒนาโดรนภายในประเทศขนาดใหญ่ แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า อิหร่านต้องการเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำกว่า ซึ่งทางรัสเซียได้พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ในสงครามยูเครน
อันโตนิโอ จิอุสโตซซี นักวิจัยอาวุโสจาก Royal United Services Institute ระบุว่า อิหร่านไม่ได้ต้องการโดรนเพิ่ม แต่ต้องการโดรนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และมุ่งเป้าไปที่ขีดความสามารถที่ล้ำหน้า
ขณะเดียวกัน อิหร่านยังมีแนวโน้มสนใจการถอดแบบเทคโนโลยีของรัสเซีย โดยเฉพาะระบบนำทางและระบบต่อต้านการรบกวนสัญญาณ เพื่อนำไปพัฒนาอุปกรณ์ภายในประเทศ
นิโคล กราเจฟสกี ศาสตราจารย์จาก Sciences Po ระบุว่า รัสเซียได้ทำการปรับปรุงโดรน Shahed อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านเครื่องยนต์ ระบบนำทาง และความสามารถในการต่อต้านการรบกวนสัญญาณ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)





