
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนก.พ. 69 อยู่ที่ระดับ 97.70 หดตัว 0.04% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิต (CapU) อยู่ที่ 58.21%
ปัจจัยกดดันภาคอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมปิโตรเลียมกลับมาหดตัว จากโรงกลั่นบางโรงหยุดซ่อมบำรุงชั่วคราว โดยอุตสาหกรรมปิโตรเลียมหดตัว 4.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ส่งผลต่อรายได้และความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกของไทยลดลง อีกทั้งความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ กระทบบรรยากาศการค้าโลก ทั้งความผันผวนของต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงานที่อาจปรับสูงขึ้น
ปัจจัยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม
การใช้จ่ายของประชาชนขยายตัว โดยในเดือนก.พ. ที่ผ่านมา มีเทศกาลที่กระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนทั้งเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ คาดว่าในส่วนของเทศกาลตรุษจีนมีเงินสะพัดกว่า 54,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทศกาลวาเลนไทน์มีเงินสะพัดเกือบ 2,900 ล้านบาท ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อาหาร บรรจุภัณฑ์ กระดาษ เครื่องประทินผิว เป็นต้น อีกทั้งการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกลับมาขยายตัวในรอบ 11 เดือน ส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ หมูแช่แข็ง ทูน่ากระป๋อง มันฝรั่งทอดกรอบ และไส้กรอก
อุตสาหกรรมที่ส่งผลลบ
- ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.82% จากน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเบนซิน 91 แนฟทา และน้ำมันเตา เป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตบางรายปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ของทุกหน่วยการผลิต
- เครื่องจักรอื่น ๆ ที่ใช้งานทั่วไป หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.19% จากเครื่องปรับอากาศ เป็นหลัก ตามคำสั่งซื้อที่ลดลงหลังตัวแทนจำหน่ายมีสินค้าในสต๊อกจำนวนมาก ประกอบกับมีสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ และคำสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศที่มี BTU สูงเพิ่มขึ้น
- ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.35% จากยางแท่ง น้ำยางข้น และยางแผ่น เป็นหลัก ตามปริมาณน้ำยางที่ออกสู่ตลาดลดลงจากสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ผู้ผลิตหลายรายชะลอการผลิตเนื่องจากน้ำยางมีราคาสูง
อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวก
- น้ำมันปาล์ม ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 59.91% จากน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ เป็นหลัก ตามปริมาณผลปาล์มออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย
- เคมีภัณฑ์ขั้นมูลฐาน ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 32.60% จากโซดาไฟและคลอรีน เป็นหลัก เนื่องจากฐานต่ำในปีก่อน จากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุงในปีก่อน ประกอบกับผู้ผลิตบางรายขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น จากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพของตลาด
- เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.71% จากเหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็น เหล็กเส้นข้ออ้อย และเหล็กเส้นกลม เป็นหลัก ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ยานยนต์ และอุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมถึงฐานต่ำในปีก่อน
MPI เดือนมี.ค. 69 ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง จับตาผลกระทบจากตะวันออกกลาง
ระบบการเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทยเดือนมี.ค. 69 “ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง” โดยปัจจัยต่างประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวัง และมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนสูง จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ส่วนปัจจัยในประเทศโดยรวมส่งสัญญาณเฝ้าระวัง จากต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงต้องเฝ้าระวังประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้า
โดยภาพรวมภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือนก.พ. 69 ยังมีแรงหนุนจากการใช้จ่ายช่วงเทศกาลและการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว และในปี 69 มีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวได้ หากสามารถบริหารความเสี่ยงด้านนโยบายการค้าโลกและทิศทางการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องจับตามองผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลางที่กระทบต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงาน

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เร่งบูรณาการการทำงานเพื่อดูแลผู้ประกอบการทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กับการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งช่วยลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดและแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ รวมถึงส่งเสริมการใช้ Local Content และ Made in Thailand อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้ยังมีความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงานและสถานการณ์เศรษฐกิจโลก แต่ยังมีอุตสาหกรรมบางกลุ่มที่สามารถสร้างโอกาสและต่อยอดได้ อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง และบรรจุภัณฑ์กระดาษ
“แนวโน้มดัชนี MPI ของเดือนมี.ค. 69 คาดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากก.พ. 69 ยังมีปัจจัยบวกเนื่องจากเป็นปัจจัยช่วงฤดูกาล และเป็นเดือนที่เริ่มต้นฤดูร้อน ซึ่งมีความต้องการในหลายอุตสาหกรรม เช่น เครื่องปรับอากาศ พัดลม เครื่องดื่มเย็น เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ก็คาดว่าจะได้เห็นผลกระทบของการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในเดือนมี.ค. เช่นกัน แบ่งเป็น 2 มิติ ในมิติแรก คือพลังงาน ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีการเผาไหม้ เช่น ปูนซีเมนต์ แก้ว เซรามิก อุตสาหกรรมที่ใช้หม้อน้ำหรือหม้อต้ม และอุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นต้น ส่วนอุตสาหกรรมอื่น ๆ ก็คาดว่าน่าจะได้รับผลกระทบมากน้อยแตกต่างกันไป ส่วนมิติที่สอง คือวัตถุดิบที่รับมาจากต้นทางตะวันออกกลาง เช่น น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ (LNG) ซึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลาสติก และปุ๋ย” นายศุภกิจ กล่าว
นายศุภกิจ กล่าวว่า ขณะนี้ สศอ. ยังคงประเมิน MPI และ GDP ภาคอุตสาหกรรมปี 69 อยู่ที่ 1.5-2.5% แต่จะมีการปรับการวิเคราะห์ใหม่อีกครั้งในช่วงเดือนพ.ค. 69 ซึ่งจะรวมการประเมินสถานการณ์จากสงครามในตะวันออกกลางด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 69)





