เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย วิพากษ์วิจารณ์การแทรกแซงของสหรัฐอเมริกาในตะวันออกกลาง พร้อมย้ำจุดยืนว่ารัสเซียมุ่งมั่นที่จะปกป้องผลประโยชน์ของทุกประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟรานซ์ทีวี (France TV) เมื่อวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่รัสเซีย “ยืนหยัดเคียงข้าง” อิหร่านอย่างเหนียวแน่น นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีร่วมเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ลาฟรอฟชี้แจงว่า เป้าหมายหลักของรัสเซียคือการยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ
“เราสนับสนุนการปกป้องผลประโยชน์ของอิหร่านและทุกประเทศในภูมิภาค รวมถึงพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่ใกล้ชิดของเราจากคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ ซึ่งต่างได้รับผลกระทบจากการรุกรานของสหรัฐฯ และอิสราเอล” ลาฟรอฟระบุ
รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียยังกล่าวถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ว่า การแสดงความเห็นในเชิงละเลยกฎหมายระหว่างประเทศ และเลือกกระทำตามอำเภอใจหรือบรรทัดฐานทางศีลธรรมของตนเองนั้น เป็นสิ่งที่ “ไม่อาจยอมรับได้” พร้อมย้ำว่า “ทุกครั้งที่สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรเข้าไปแทรกแซง (ในตะวันออกกลาง) สถานการณ์ในพื้นที่ก็มีแต่จะเลวร้ายลง”
นอกจากนี้ ลาฟรอฟยังปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่ารัสเซียให้ข้อมูลข่าวกรองแก่อิหร่าน โดยยืนยันว่ารัฐบาลมอสโกเพียงแค่จัดหายุทโธปกรณ์บางประเภทให้แก่กองทัพอิหร่าน ตามข้อตกลงความร่วมมือทางทหารและเทคนิคที่มีอยู่เดิมเท่านั้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 69)





