
ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เปิดเผยในวันนี้ (27 มี.ค.) ว่า สิงคโปร์กำลังวางแผนที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการจัดเก็บทองคำ เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการรับฝากทองคำแท่งให้กับธนาคารกลางต่างชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้สิงคโปร์สามารถแข่งขันกับฮ่องกงในการเป็นศูนย์กลางโลหะมีค่าระดับภูมิภาค
MAS ระบุว่า ธนาคารกลางจะพิจารณาให้บริการห้องนิรภัยสำหรับธนาคารกลางต่างชาติและหน่วยงานของรัฐ เพื่อรองรับความต้องการอาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ MAS กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ตลาดทุนที่เกี่ยวข้องกับทองคำ เพื่อส่งเสริมการกำหนดราคาและสร้างสภาพคล่อง
ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ร่วมของ MAS และสมาคมตลาดทองคำแท่งแห่งสิงคโปร์ (SBMA) ระบุว่า MAS มีแผนที่จะสร้างระบบชำระบัญชี เพื่อรองรับการชำระราคาสำหรับการซื้อขายนอกตลาด (Over-the-counter) สำหรับการเทรดทองคำในท้องถิ่น
ความพยายามในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการซื้อขายทองคำรายใหญ่ของสิงคโปร์ เกิดขึ้นหลังจากราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมองหาแหล่งจัดเก็บความมั่งคั่งทางเลือก แม้ว่าทองคำแท่งจะปรับตัวลดลงบ้างนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น แต่ธนาคารกลางหลายแห่ง รวมถึงธนาคารกลางจีน ได้เพิ่มการสำรองทองคำอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของดอลลาร์
ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของความพยายามดังกล่าว คือการที่รัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดตั้งคณะทำงานซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค (JPMorgan Chase & Co.) และยูบีเอส กรุ๊ป เอจี (UBS Group AG) ตลอดจนดีบีเอส กรุ๊ป โฮลดิงส์ (DBS Group Holdings), ยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ แบงก์ (United Overseas Bank) และไอซีบีซี สแตนดาร์ด แบงก์ (ICBC Standard Bank)
ข้อมูลของ MAS ระบุว่า ณ สิ้นเดือนม.ค.ปีนี้ สิงคโปร์มีทองคำสำรองอยู่ที่ 193.6 ตัน ขณะที่สภาทองคำโลก (WGC) ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกถือครองทองคำรวมกันเกือบ 39,000 ตัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 69)





