สภาสูงสหรัฐฯ ผ่าทางตัน ไฟเขียวงบ DHS เร่งคลี่คลายชัตดาวน์ หลังสนามบินป่วนทั่วประเทศ

วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณสำหรับหน่วยงานส่วนใหญ่ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) หวังคลี่คลายภาวะชัตดาวน์บางส่วนของรัฐบาลที่ยืดเยื้อ ซึ่งกระทบระบบรักษาความปลอดภัยในสนามบิน และเริ่มลุกลามกัดกินเศรษฐกิจที่ปั่นป่วนอยู่แล้วจากสงครามอิหร่าน

ร่างกฎหมายดังกล่าวยังต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร และรอการลงนามจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ก่อนมีผลบังคับใช้ โดยเสียงสนับสนุนจากวุฒิสภาครั้งนี้สะท้อนการพลิกท่าทีของพรรครีพับลิกัน หลังจากก่อนหน้านี้เคยคัดค้านข้อเสนอในลักษณะเดียวกันที่พรรคเดโมแครตผลักดันมาอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยการลงมติด้วยวาจา (Voice vote)

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พรรคเดโมแครตได้เสนอให้จัดสรรงบประมาณแก่หน่วยงานส่วนใหญ่ภายใต้ DHS ยกเว้นหน่วยลาดตระเวนชายแดน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร โดยระบุว่าต้องการเชื่อมโยงการจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานเหล่านี้ เข้ากับการเพิ่มข้อจำกัดเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาความแออัดและระยะเวลารอคิวที่จุดตรวจความปลอดภัยในสนามบินทั่วประเทศที่ยาวนานเป็นประวัติการณ์ หลังจากเจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSA) ที่ไม่ได้รับค่าจ้างทยอยลาป่วยหรือลาออก กลายเป็นแรงกดดันสำคัญให้สมาชิกสภานิติบัญญัติต้องเร่งหาทางออกเพื่อคลี่คลายภาวะชะงักงันนี้ให้เร็วขึ้น

รายงานระบุว่า สนามบินหลักที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ แอตแลนตา ฮิวสตัน และนิวยอร์ก โดยผู้โดยสารต้องเผชิญคิวยาวล้นออกจากจุดตรวจไปถึงพื้นที่รับกระเป๋า และบางกรณีต่อแถวยาวออกนอกอาคาร ท่ามกลางความไม่พอใจของผู้โดยสารที่ต้องรอคิวและเสี่ยงพลาดเที่ยวบิน

ทั้งนี้ DHS ขาดงบประมาณรองรับมาตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ TSA ตลอดจนพนักงานและลูกจ้างสัญญาจ้างของรัฐบาลกลางไม่ได้รับค่าจ้างหลายงวดระหว่างภาวะชะงักงันดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ TSA ลาออกแล้วกว่า 480 คนในช่วงที่ขาดแคลนงบประมาณ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 69)