
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วนขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดร่วมประชุมผ่าน Video conference เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับราคาน้ำมัน ที่จำเป็นต้องปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น
สถานการณ์น้ำมันภายในประเทศทุกวันนี้ คนไทยมีความต้องการใช้น้ำมันราว 67 ล้านลิตรต่อวันในสถานการณ์ปกติ และโรงกลั่นสามารถกลั่นได้วันละประมาณ 77 ล้านลิตร ถือว่ามีความเพียงพอ แต่จากสถานการณ์สงครามที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจนเกิดความตื่นตระหนก ตัวเลขยอดความต้องการใช้น้ำมันก็พุ่งสูงขึ้นไปถึง 87 ล้านลิตรเกินกว่ากำลังการผลิตภายในประเทศไปมาก จึงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องเลิกตรึงราคาและปรับราคาน้ำมันขึ้นตามกลไกตลาด เพื่อไม่ให้เกิดภาวะน้ำมันขาดตลาด และจัดสรรเพิ่มปริมาณน้ำมันไปยังแต่ละพื้นที่เพื่อให้เพียงพอให้เกิดภาวะสมดุลต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หน้าที่ของรัฐบาล คือ สร้างความมั่นคง และลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด โดยเน้น 3 เป้าหมาย คือ ดูแลเรื่องพลังงานให้มีความมั่นคง ดูแลราคาสินค้า และดูแลมาตรการการคลัง เพื่อลดผลกระทบให้ประชาชนและผู้ประกอบการ
ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการตั้ง War room ติดตามข่าวสารจากส่วนกลาง และในจังหวัด การลงพื้นที่สอดส่องติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิง หากพบสิ่งผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณหรือราคาจำหน่ายก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย และรายงานส่วนกลางทันที รวมถึงบริหารจัดการเชิงรุกในพื้นที่ สั่งการบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกส่วนราชการในพื้นที่ทันทีเมื่อมีข้อมูลเพียงพอ เนื่องจากใกล้เข้าเทศกาลสงกรานต์ จึงมีความเป็นห่วงในเรื่องการเดินทางสัญจรของประชาชนเพื่อกลับภูมิลำเนาเป็นอย่างมาก
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง รายละเอียดและตัวเลขต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารน้ำมัน ขอให้ติดตามจากการแถลงข่าวของ ศบก. และขอย้ำให้ฟังการแถลงของ ศบก.ทุกวัน เพื่อให้มีข้อมูลที่อัพเดทที่สุด เพราะผู้ว่าฯ ต้องเป็นผู้สื่อสารให้ประชาชนถามคลายกังวล ซึ่งจะเห็นว่าราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มในไทยต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ประชาชนมองเห็นภาพใหญ่ และเข้าใจเหตุผลของการตัดสินใจของรัฐบาลได้มากขึ้น
สำหรับราคาสินค้า ได้ใช้กลไกของพาณิชย์จังหวัด เพื่อดูแลสินค้าพื้นฐานในการดำรงชีวิต เช่น วัตถุดิบในการทำอาหาร ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ก๊าซหุงต้ม วัสดุก่อสร้างพื้นฐานต่างๆ ขอให้ช่วยกันดูแลไม่ให้มีใครฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยพลการ นอกจากนี้ ครม. นัดพิเศษเมื่อวานมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชนรวม 7 ด้านไปแล้ว ดังนั้น ต้องทำให้มั่นใจว่าน้ำมันไม่ขาด ดูแลราคาสินค้าพื้นฐาน และใช้มาตรการการคลังในทุกช่องทางที่เป็นไปได้ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
นายกรัฐมนตรีสั่งการผู้ว่าราชการดำเนินมาตรการความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของประชาชนในห้วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 โดยเน้นย้ำในเรื่อง 7 วันอันตราย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสามารถทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลง ขอให้เข้มงวดทั้งเรื่องการตั้งด่านความปลอดภัยทางถนน จุดตรวจ/จุดสกัด การห้ามดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ และการใช้อุปกรณ์นิรภัย มุ่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเข้มข้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 69)




