
นายประคัลร์ กอดำรงค์ อัครราชทูต ฝ่ายการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ศบก.ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ ทั้ง 58 แห่งทั่วโลกรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือสินค้าที่ตกค้างอยู่ตามประเทศต่างๆ ว่า จะมีช่องทางนำเข้ากลับประเทศได้อย่างไร รวมถึงการใช้ท่าเรือรองในการขนถ่ายสินค้าให้เป็นไปได้อย่างสะดวก และดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเวลานี้
ทั้งนี้ นายประคัลร์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการที่จะใช้ลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยได้กำหนดแนวทางและมาตรการดูแลเป็นรายกลุ่มให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน จำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มผู้ส่งออก
สำหรับมาตรการของกลุ่มเปราะบาง เป็นกลุ่มประชาชนมีรายได้น้อย เป้าหมายหลักคือ การลดค่าครองชีพโดยทันทีและตรงจุด มาตรการหลักได้แก่ โครงการไทยช่วยไทย และโครงการธงฟ้าราคาประหยัด ทั้งสองโครงการเป็นโครงการที่เริ่มทำได้ทันที
นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่กำกับดูแลเพื่อลดค่าครองชีพ ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 รวมทั้งสิ้น 66 รายการ, กลุ่มเกษตรกร มีเป้าหมายหลักในการลดต้นทุนการผลิต และเสริมรายได้ให้เกษตรกร มาตรการหลัก ได้แก่ การโครงการธงเขียวราคาประหยัด เปลี่ยนเป็นปุ๋ยธงเขียวพลัส เป็นการสนับสนุนการลดปุ๋ยเคมี ลดการพึ่งพาการนำเข้า ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์, กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย เป็นการเชื่อมโครงการไทยช่วยไทยกับผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดต่างๆ เพื่อที่จะมีส่วนในการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดเพิ่มขึ้น
อีกทั้งยังสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ จะมีการกำกับดูแลสินค้า ต้นทุน อย่างเช่น ปุ๋ย อาหารสัตว์ และวัตถุดิบอุตสาหกรรมด้วย
ในส่วนกลุ่มผู้ส่งออก มีเป้าหมายเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก คือ การบริหารต้นทุนการขนส่ง ทางกระทรวงพาณิชย์ได้หารืออย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชนและสภาหอการค้า เพื่อที่จะหาช่องทางประสาน แก้ปัญหาเรื่องการขนส่งทางเรือ ตั้งแต่ค่าระวางเรือ โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำเรือออกจากจุดที่ยังไม่สามารถนำออกมาได้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 มี.ค. 69)





