
นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้ง บมจ.88(ไทยแลนด์) [88TH] ต่อจิ๊กซอว์ครั้งสำคัญ LYO ก้าวเข้าสู่ตลาด “Hair Color” หรือตลาดสีผมแฟชั่นเต็มรูปแบบ ซึ่งการรุกเข้าสู่ตลาด Hair Color ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเพิ่ม Line Product แต่คือการ ทรานส์ฟอร์มภาพลักษณ์จากแบรนด์ Functional (เน้นแก้ปัญหาเฉพาะจุด) สู่การเป็นแบรนด์ Lifestyle & Beauty อย่างเต็มตัว ตอบโจทย์แฟชั่น และความงามอย่างครบวงจร เพื่อขยายฐานรายได้สู่ New S-Curve และเป้าหมายการเติบโตในอนาคต
88TH เข้าสู่ตลาดสีผมแฟชั่น” ด้วยการนำ DNA ความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเส้นผม มาผสมผสานกับกระแส Fashion Trend ซึ่ง 88TH กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าสีผมที่สวยต้องมาพร้อมกับสุขภาพผมที่แข็งแรง ซึ่งเป็นช่องว่างทางการตลาด (Pain Point) ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
การทำสีผม ไม่ใช่แค่การปกปิด แต่คือ ‘Identity’ คนรุ่นใหม่ ข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า ในปี 2024 ตลาดผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมในประเทศไทยมีมูลค่า สูงถึง 6,495.6 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตสูง 10.5% ภายในปีเดียว สะท้อนให้เห็นว่าการทำสีผมไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่ม Silver Age อายุ 50-60 ปีขึ้นไป ที่ต้องการปกปิดผมขาวอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Lifestyle และการแสดงออกถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่ เนื่องจากคนรุ่น Gen Z มองว่าสีผมคือส่วนหนึ่งของ Visual Identity ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่มองเห็นได้ ที่สำคัญคือตลาดนี้ยังไม่มีใครครองตลาดเบ็ดเสร็จ และเป็นโอกาสของแบรนด์ที่มี “จุดยืน” ชัดเจนที่จะเข้าไปมีส่วนแบ่งในตลาดนี้
จากตัวเลขการเติบโตสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดสีผมในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเติบโตต่อเนื่องและกำลังขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่กลุ่ม Silver Age ที่ต้องการคุณภาพในการปกปิดผมขาวไปจนถึงกลุ่ม Gen Z ที่มองว่าการทำสีผมคือการแสดงออกถึงตัวตน
ในปัจจุบันการแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ “เฉดสี” หรือ “สงครามราคา” แต่เป็นการยกระดับสู่การประชัน คุณภาพ (Quality), ความสะดวกในการใช้ (Ease of Use) และการสร้างแบรนด์ที่สามารถ Connect กับความรู้สึกของผู้บริโภค ตลาดสีผมไทยในปัจจุบันกำลังวิวัฒนาการไปสู่จุดที่เรียกว่า “High-Performance Lifestyle” ซึ่งตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพการใช้งานที่ง่าย และมิติด้านแฟชั่นที่ทันสมัย ดังนั้น จึงเป็นโอกาสของแบรนด์ที่สามารถปรับตัวและพัฒนาโปรดักส์ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค
นางสาวนพรัตน์ เปิดเผยว่า กำเนิดของ LYO MY COLOR SHAMPOO ไม่ใช่แค่การออกสินค้าใหม่ แต่คือ Strategic Product ที่ต่อยอดฐานลูกค้าเดิม สยายปีกเข้าสู่กลุ่มวัยรุ่น และคนรุ่นใหม่ที่มองว่า “สีผมคือแฟชั่น” 88TH ตอกย้ำจุดยืนในการสร้างแบรนด์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของ “คุณภาพ” และ”ความเข้าใจผู้บริโภค” ภายใต้การนำจุดแข็งของสมุนไพรและธรรมชาติมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองยุคใหม่ คือสูตรลับที่ใช้พัฒนา LYO มาโดยตลอด และเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาแบรนด์ไทยก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ จากแนวคิดสู่การสร้างสรรค์
ล่าสุด LYO MY COLOR SHAMPOO ได้เปิดตัว 3 เฉดสีใหม่ที่ไม่ได้มาเพื่อเปลี่ยนสีผม แต่มาเพื่อ “เปลี่ยนลุค” และ สะท้อนตัวตนของคนยุคใหม่
- Milk Tea: เฉดสีที่มอบความละมุนละไม ให้ลุคแฟชั่นที่เข้าถึงง่าย แฝงด้วยความเรียบหรู
- Smoky Ash: ให้ลุคเท่ ทันสมัย เพิ่มเลเยอร์ความเป็นแฟชั่นนิสต้า
- Baby Pink: ปลุกความสดใส สนุกสนาน โดดเด่นอย่างมีสไตล์
การที่ 88TH งัดกลยุทธ์คว้า “นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ “LYO MY COLOR SHAMPOO” ซึ่งถือเป็นหมากตัวสำคัญในการขับเคลื่อนแบรนด์ให้ก้าวข้ามจาก “ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม” (Hair Care) ไปสู่โลกของ “แฟชั่นเส้นผม” (Hair Fashion) อย่างชัดเจน ด้วยภาพลักษณ์ของ “นุนิว” สะท้อนถึงความทันสมัย มีสไตล์ และมีความเป็นตัวเอง สอดคล้องกับ Brand Positioning ของ LYO MY COLOR SHAMPOO ได้อย่างลงตัว ทำให้เป็นการเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน
88TH ไม่ได้หยุดอยู่ตลาดในประเทศ แต่สยายปีกสู่ตลาดจีน และฮ่องกง ตามแผนโรดแมป ที่มีการลงนาม MOU ที่ปูทางไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตของกลุ่ม Personal Care ที่สูง ดังนั้นการบุกตลาดต่างประเทศจึงไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่เป็นการยกระดับศักยภาพแบรนด์ไทยให้ขึ้นแท่นเป็นผู้เล่นสำคัญบนเวทีโลก
“การตัดสินใจกระโดดเข้าสู่ตลาดสีผมของ 88TH ไม่ใช่เพียงแค่การเดินตามกระแส แต่คือ การต่อจิ๊กซอว์สร้างโอกาสจากตลาดเดิมสู่ตลาดใหม่ ที่สีผมกลายเป็น Identity ของคนรุ่นใหม่ และความพร้อม จากรากฐานที่แข็งแกร่งของแบรนด์ LYO ที่ครองใจผู้บริโภคในกลุ่ม Hair Care ทำให้กลยุทธ์การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงเป็น Strategic Move ที่สมบูรณ์แบบ ในการทรานส์ฟอร์มจากแบรนด์ดูแลผมสู่ผู้นำเทรนด์ Hair Fashion ที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัยอย่างมีนัยสำคัญ”นางสาวนพรัตน์ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 เม.ย. 69)






