MALEE สลัดภาพน้ำผลไม้ ส่ง MAS บุก Deep Tech ปั้น New S-Curve สู่บริษัทสุขภาวะโลกปี 71 ปรับพอร์ตบุกจีน-เกาหลี

นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มาลี กรุ๊ป [MALEE] เปิดเผยว่า ในปี 69 มีเหตุการณ์ไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ MALEE มีความหลากหลายของพอร์ตสินค้า ฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ ทำให้สามารถรับมือสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนได้ โดยปีนี้บริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายเติบโต 10-15% จากปี 68 โดยปีนี้จะมุ่งเน้นการเติบโตของกลุ่มลูกค้า B2B จากนวัตกรรมของบริษัทย่อย Malee Applied Sciences (MAS) ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนกลุ่มมาลี ก้าวสู่การเป็น Global Wellbeing Companyในปี 2571

แนวโน้มธุรกิจไตรมาส 1/69 ยังมีการเติบโตที่ดี แม้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาจะงยังไม่คลี่คลาย ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งอุตสาหกรรม แต่การออกสินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่ของบริษัท Malee Coco Coconut Matcha ได้รับการตอบรับที่ดี และเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่อีก 1 สินค้าในครึ่งปีหลังของปี 69 ขณะที่เดียวกันผลิตภัฑณ์เดิมก็ยังมีการเติบโต

สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง บริษัทจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมทั้งค่าขนส่ง อย่างไรก็ตามบริษัทยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่ง MALEE มีความหลากหลายของบรรจุภัณฑ์ ทั้ง กล่องกระดาษ กระป๋องอลูมิเนียม และกระป๋องเหล็ก ทำให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการต้นทุน นอกจากนี้เรายังมีการทำสัญญาระยะยาวและสต็อกวัตถุดิบสำคัญไว้ล่วงหน้าเพื่อลดผลกระทบ ขณะเดียวกันจากที่พูดคุยกับซัพพลายเออร์ปัจจุบันวัตถุดิบยังมีต่อเนื่อง และยังไม่ปรับขึ้นราคา

ขณะที่การปรับขึ้นราคาขาย นายเอกรินทร์ กล่าวว่า บริษัทยังจับตาสถานการณ์ต่อเนื่อง ปัจจุบันยังไม่ปรับราคาขาย แต่หากจำเป็นต้องปรับขึ้นก็จะพิจารณาผลกระทบด้านต้นทุน ทั้งค่าบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่ง รวมทั้งพิจารณาจากในอุตสาหกรรมว่าจะมีท่าทีอย่างไร ซึ่งปัจจุบันในอุตสาหกรรมยังไม่ปรับขึ้นราคา

นอกจากนี้ผลกระทบด้านการส่งออก เดิมตะวันออกกลางเป็นเป้าหมายในการขยายต่างประเทศของบริษัทในปีนี้ แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังมีความไม่แน่นอน บริษัทได้ปรับกลยุทธ์โดยหันไปมุ่งเน้นตลาดที่มีศักยภาพสูงอย่างจีน เกาหลี อินโดนีเซีย และเวียดนามมากขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทคาดหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเร็ว ๆ นี้ และสามารถกลับไปขยายตลาดในตะวันออกกลางได้ในไตรมาส 3/69

ในปี 69 บริษัทฯ ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์ ‘Beyond Fruit to Global Wellbeing’ โดยปักหมุดหมาย ‘Malee Applied Sciences (MAS)’ หรือ ‘มาลี แอพพลายด์ ไซเอ็นซ์’ เป็น New S-Curve ที่จะพาบริษัทฯ เติบโตสู่เป้าหมาย Global Wellbeing Company ในปี 2571 เพื่อเป็นบริษัทที่ส่งมอบสุขภาวะระดับโลก ซึ่ง MAS เป็นผู้นำเทคโนโลยีการห่อหุ้มและระบบนำส่งสารสำคัญสู่เซลล์ (Encapsulation & Delivery System Innovation) ชั้นนำของประเทศไทย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยใช้ Deep Tech ด้าน Biotechnology และ Nanotechnology มาพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยส่งมอบสารสำคัญในผลิตภัณฑ์ได้ตรงจุดในระดับเซลล์

“เราจะทรานฟอร์มจาก Food base Company เป็น Global Wellbeing Company ซึ่งปีนี้เราจะออกนวัตกรรมสินค้าใหม่ ๆ โดยใช้วัตถุดิบและนวัตกรรม ที่คิดค้นจาก MAS ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์ Longivity และนำผลิตภัณฑ์นี้ไปขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้เราเหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ไม่ใช่แค่ทานแล้วอร่อย ทานแล้วสดชื่น แต่เน้นทานแล้วมีประโยชน์”

บริษัทมุ่งขับเคลื่อน MAS ตลอดเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มต้นจากการเป็นหน่วยงานวิจัยที่มุ่งมั่นที่จะใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการศึกษาวัตถุดิบธรรมชาติต่างๆ ที่เหลือในภาคเกษตรและในกระบวนการผลิตสินค้าของมาลีไปใช้ในกระบวนการให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น (Upcycle) จวบจนปัจจุบันนี้ MAS ได้บ่มเพาะความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ระดับสูง ด้านเภสัชศาสตร์ และเทคโนโลยี สามารถวางรากฐานการสร้างนวัตกรรมเชิงลึก สู่การออกแบบสินค้านวัตกรรมที่สร้างมูลค่าและอัตราผลตอบแทนสูง ด้วยงบลงทุนวิจัยและพัฒนากว่า 50 ล้านบาทในช่วงเวลาที่ผ่านมา

ในปีนี้ MAS ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสินค้าวัตถุดิบที่มีเทคโนโลยีการนำส่งสารสำคัญเข้าสู่เซลล์สำหรับอุตสาหกรรมสกินแคร์ ความงามและของใช้ส่วนบุคคล ที่จำหน่ายในเชิงพาณิชย์แล้ว 12 รายการ และยังมีศักยภาพในการนำนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการห่อหุ้มและระบบนำส่งสารสำคัญเข้าแข่งขันในตลาดโลก เพื่อรับกับโอกาสที่นาโนเทคโนโลยีและเทคโนโลยีชีวภาพในสินค้าวัตถุดิบ จะเข้าดิสรัปอุตสาหกรรมความงาม สุขภาพ และสุขภาวะแบบองค์รวมในโลกยุคใหม่ ซึ่งจะพลิกโฉมนวัตกรรมให้มีความแม่นยำตรงจุดในระดับเซลล์ รับเทรนด์ผู้บริโภคที่ให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาวะแบบตรงจุด (Precision Wellness)

“ศักยภาพของประเทศไทยที่มีความหลากหลายทรัพยากรทางการเกษตร เป็นจุดตั้งต้นที่สำคัญในการสร้างสารสกัดสำคัญทางชีวภาพมูลค่าสูง (High-Value Bioactive Ingredients) ให้กลายเป็นนวัตกรรมระดับโลก ซึ่ง MAS นำมาหลอมรวมเทคโนโลยีขั้นสูงที่ เปลี่ยนจากสารสกัดธรรมชาติแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นสารสำคัญที่มีเทคโนโลยีการห่อหุ้มและระบบนำส่งสาร (Encapsulation & Delivery System Innovation) ที่ให้ผลลัพธ์จริงในระดับเซลล์และพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ มีผลวิจัยในมนุษย์รองรับ ทัดเทียมผลงานวิจัยที่เป็นมาตรฐานสากล เพื่อผลักดัน Deep-Tech Innovation จากประเทศไทยในการสร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามทั้งในไทยและระดับสากล ควบคู่ไปกับการยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจการสร้างความยั่งยืนภายใต้กรอบ ESG ผลักดันทรัพยากรของไทยให้กลายเป็นวัตถุดิบมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมความงามระดับโลก” นายเอกรินทร์ กล่าว

นายศุภเกียรติ คำบุทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาลี แอพพลายด์ ไซเอ็นซ์ จำกัด (MAS) กล่าวว่า MAS เป็นองค์กรนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ โดยมีเป้าหมายในการยกระดับสุขภาพและมุ่งสร้างสุขภาวะใหม่ที่ดีขึ้นและยืนยาวของผู้คนบนโลก ผ่านนวัตกรรมที่เข้าถึงได้ ภายใต้กลุ่ม MALEE วางวิสัยทัศน์มุ่งสร้างบทบาทในการ Disrupt อุตสาหกรรมเทคโนโลยีด้านความงามและสุขภาพ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านนาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) และองค์ความรู้เชิงลึกของเภสัชศาสตร์ เป็นแกนหลักในการพัฒนานวัตกรรมไปอีกขั้น สู่การเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมการห่อหุ้มสารและผู้นำด้านระบบนำส่งสารขั้นสูง ที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และสามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ในระดับสากล พร้อมผลักดันประเทศไทย สู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของนวัตกรรมด้านสุขภาพและความงามของโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของมาลี กรุ๊ป ก้าวสู่การเป็น Global Wellbeing Company

ทั้งนี้ MAS ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและการมีอายุที่ยืนยาว ผ่านนวัตกรรมที่ทุกคนเข้าถึงได้ระดับโลก โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิดแบ่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมเป็น 2 แพลตฟอร์ม ได้แก่ แพลตฟอร์มนวัตกรรมความงาม (Beauty Innovation Platform) ซึ่ง MAS เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมระบบนำส่งสารที่แม่นยำระดับเซลล์ครอบคลุมตั้งแต่ระดับความลึกของผิวและเส้นผม 5 นวัตกรรม คือ ระบบนำส่งเพื่อปกป้องแสงแดดทำร้ายผิว ระบบนำส่งเพื่อการฟื้นฟูผิวสู่เม็ดสี ระบบนำส่งสารผ่านผิวหนังสู่ผิวชั้นลึกเพื่อลดผิวชรา ระบบนำส่งสารผ่านรูขุมขนและรากผม และนวัตกรรมการห่อหุ้มและนำส่งสารสำคัญที่สกัดจากผลผลิตเหลือใช้ทางการเกษตร

อีกส่วนหนึ่งคือแพลตฟอร์มอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยต่อยอดความเชี่ยวชาญสร้างนวัตกรรมห่อหุ้ม (Encapsulation) วิตามินและสารอาหารเพื่อผลิตอาหารสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และอาหารดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม (Health & Wellness Platform) โดยจะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมตั้งแต่ การห่อหุ้มวิตามินด้วยเทคโนโลยีไลโปโซม (Liposome) , เทคโนโลยีห่อหุ้มสารสกัดจากพืช (Fytosome), กลุ่มจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพ (Biotic) และสารสำคัญเอกสิทธิ์เฉพาะแบรนด์ (Proprietary Blends)

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา MAS มีการลงทุนราว 50 ล้านบาทเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งปัจจุบันเสร็จเรียบร้อบแล้ว หลังจากนี้จะลงทุนไม่มากหรือประมาณ 5-10 ล้านบาท ในการวิจัย พัฒนานวัตกรรม ขณะเดียวกันในแง่ของกำลังการผลิตปัจจุบัน 12 ตันต่อปี และสามารถเพิ่มได้อีก 10 เท่า เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต อีกทั้งบริษัทอาจพิจารณาขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีกในอนาคต โดยปีนี้เตรียมออกสินค้าใหม่อย่างน้อย 18 รายการเพื่อขยายตลาดผ่านเครือข่ายในประเทศ รวมทั้งเตรียมบุกหนักตลาดต่างประเทศตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

นางสาวเรืองรัตน์ ว่องสุวรรณเลิศ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานการตลาด MALEE กล่าวว่า เมกะเทรนด์สำคัญที่กำลังขับเคลื่อนโลกคือ Longevity & Holistic Well-being สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคที่มุ่งสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดช่วงอายุที่ยืนยาว โดยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญทำให้ความต้องการดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริง

หนึ่งในเทรนด์ย่อยที่โดดเด่นคือ Precision Wellness ผู้บริโภคให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพแบบตรงจุด สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของ MAS ที่ได้พัฒนานวัตกรรมสำคัญ อาทิ Encapsulation Technology ช่วยรักษาคุณค่าและความคงตัวของสารสำคัญในผลิตภัณฑ์ ตลอดจน Delivery System ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนำส่งสารสำคัญไปยังเป้าหมายได้อย่างตรงจุด

ขณะเดียวกัน MAS ยังมีบทบาทสำคัญในการตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน (Sustainability) ด้วยการยกระดับวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรและกระบวนการผลิตสินค้ามาลีสู่การเป็นนวัตกรรมมูลค่าสูง เช่น Advanced Active Ingredients ที่ไม่เพียงเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบ แต่ยังช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเติบโตอย่างยั่งยืนและเสริมศักยภาพการทำกำไรให้กับองค์กรในระยะยาว

ล่าสุด MAS ได้เตรียมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่รับเทรนด์โลก อาทิ “สารสกัดชีวภาพจากผลผลิตเกษตรหมุนเวียน (Upcycled Plant Bioactives)” ที่สกัดจากมะพร้าวและสับปะรด เพื่อเจาะอุตสาหกรรมความงามระดับโลก และจะเปิดตัวนวัตกรรมระบบนำส่งสารสำคัญ (Delivery System) สำหรับอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบตรงจุดในระดับเซลล์

พร้อมเปิดไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือการนำ BROMEXOL นวัตกรรมระบบนำส่งสารสกัดจากเปลือกสับปะรด ที่ตอบโจทย์เทรนด์ผิวโกลว์ (Glow Skin) เข้าร่วมประกวดในงาน In-Cosmetics Global 2026 เวทีอุตสาหกรรมวัตถุดิบเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพอร์ซันนัลแคร์ระดับโลก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสวันที่ 14-16 เมษายนนี้ และเตรียมนำเสนอนวัตกรรมระบบนำส่งสารกว่า 10 รายการในปีนี้ เพื่อแสดงศักยภาพของ Deep-Tech Innovation จากไทยสู่เวทีโลก ส่วนปลายปีจะเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน In-Cosmetics Asia 2026 มหกรรมนวัตกรรมความงามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

สำหรับกลยุทธ์การตลาด จะเดินหน้าขยายตลาดในประเทศผ่านเครือข่ายตัวแทนจัดจำหน่ายวัตถุดิบนวัตกรรม เพื่อส่งต่อโซลูชันขั้นสูงให้แก่ผู้ประกอบการและโรงงานผลิตในกลุ่มสกินแคร์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วประเทศ (B2B) ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าในระดับอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเปิดตัวบริการใหม่ในการออกแบบและพัฒนาระบบนำส่งสารสำคัญเฉพาะแบรนด์ (Tailor-made Delivery System Design) โดยอาศัยเทคโนโลยีการห่อหุ้มสาร (Encapsulation) ขั้นสูงของบริษัท เพื่อสนับสนุนให้คู่ค้าสามารถสร้างนวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ช่วยเพิ่มจุดขายและสร้างความแตกต่างที่โดดเด่นและยากต่อการลอกเลียนแบบในตลาดที่มีการแข่งขันสูง พร้อมรุกตลาดต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และขยายฐานการส่งออกไปยังตลาดเชิงยุทธศาสตร์อย่าง ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อสร้างรายได้ให้กับมาลี กรุ๊ปเติบโต 9-12% ได้ตามเป้าหมายในปี 69

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 เม.ย. 69)

ข่าวล่าสุด