
อาลี อับดอลลาฮี ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา ซึ่งเป็นกองบัญชาการทหารหลักของอิหร่านขู่ว่า การโจมตีใด ๆ ก็ตามของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านจะต้องถูกตอบโต้ด้วยการโจมตีอย่างรุนแรงและต่อเนื่องต่อสินทรัพย์ทางการทหารของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันตก และโครงสร้างพื้นฐานของอิสราเอล
สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า คำเตือนดังกล่าวได้รับการประกาศออกมาเมื่อวันเสาร์ (4 เม.ย.) ขณะที่เส้นตาย 10 วันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะสิ้นสุดลงในวันจันทร์ (6 เม.ย.)
อับดอลลาฮีกล่าวว่า “หลังจากที่ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่อง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้ก้าวร้าวและกระหายสงคราม ได้ดำเนินการอย่างสิ้นหวัง วิตกกังวล ไร้สมดุล และโง่เขลา ด้วยการข่มขู่จะพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินของชาติอิหร่าน” และยืนยันว่า กองกำลังอิหร่านจะไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวที่จะปกป้องสิทธิของประเทศและคุ้มครองทรัพย์สินของชาติ พร้อมทั้งระบุว่า “จะตอบโต้อย่างสาสม”
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล (Truth Social) เมื่อวันเสาร์โดยระบุว่า “จำได้ไหมที่ผมให้อิหร่าน 10 วันเพื่อทำข้อตกลงหรือเปิดช่องแคบฮอร์มุซ” พร้อมเสริมว่า “เวลาใกล้หมดลงแล้ว อีก 48 ชั่วโมงก่อนที่นรกจะถาโถมลงใส่พวกเขา”
ทั้งนี้ ทรัมป์ขู่เมื่อวันที่ 21 มี.ค.ว่าจะโจมตีและทำลายล้างโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากประเทศไม่สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเต็มที่ภายใน 48 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม สองวันต่อมาเขาได้เลื่อนการโจมตีออกไปอีก 5 วัน หลังจากมีการหารือที่มีประสิทธิภาพกับอิหร่าน และต่อมาได้ขยายเส้นตายออกไปอีกครั้ง
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้น ภายหลังปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลซึ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยทางอิหร่านและพันธมิตรในภูมิภาคได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลทั่วตะวันออกกลาง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 เม.ย. 69)





