
การเจรจาระหว่างคณะผู้แทนของสหรัฐอเมริกากับอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง จะขยายเวลาออกไปอีกหนึ่งวัน ตามข้อเสนอของปากีสถานและด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย หลังจากทั้งสองฝ่ายเริ่มเปิดฉากหารือแบบเผชิญหน้ากัน ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ท่ามกลางการจับตามองของทั่วโลก
สำนักข่าวทัสนิม (Tasnim) กึ่งทางการของอิหร่าน รายงานในวันนี้ (12 เม.ย.) ว่า เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงมี “ข้อเรียกร้องที่ไร้เหตุผลและเกินเลย” ประกอบกับคณะผู้แทนของอิหร่านได้ยืนกรานที่จะรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างถึงที่สุด ทางปากีสถานจึงได้เสนอให้มีการเปิดการเจรจาขึ้นอีกรอบในวันอาทิตย์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็ให้การตอบรับ
รายงานข่าวระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงท้ายของการเจรจารอบล่าสุดที่มีปากีสถานเป็นตัวกลาง ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ ณ กรุงอิสลามาบัด หลังจากที่คณะผู้แทนของทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนร่างเอกสารข้อเสนอกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับการหารือเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น เริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่ายวันเสาร์ ซึ่งรายงานข่าวจากสื่อสำนักต่าง ๆ ระบุว่า ฝ่ายสหรัฐฯ นำโดยเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมด้วยสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ ขณะที่ฝั่งอิหร่านนำโดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมี พลเอก อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน เข้าร่วมในการประชุม ซึ่งใช้เวลานานประมาณ 2 ชั่วโมง
แหล่งข่าวเผยว่า การเจรจารอบแรกซึ่งเป็นการหารือระหว่างผู้เชี่ยวชาญของสองฝ่ายได้เสร็จสิ้นลง และการเจรจาอีกรอบหนึ่งได้เริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ โดยการเจรจารอบที่สองนี้มีเป้าหมายเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ และเป็นการทำงานร่วมกันในระดับผู้เชี่ยวชาญและทีมเทคนิคเช่นเดียวกัน
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ก่อนหน้านั้น ทั้งสองฝ่ายได้แยกกันพบกับเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งผ่านข้อความไปยังทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อพยายามหาทางออกที่สันติสำหรับวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง
คณะเจรจาของอิหร่านได้หารือเกี่ยวกับเงื่อนไขเบื้องต้นของการเจรจากับนายชารีฟ ก่อนที่จะเริ่มการหารือกับคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ โดยเงื่อนไขที่ฝ่ายอิหร่านยกขึ้นมาหารือนั้น ครอบคลุมถึงประเด็นเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ การปลดล็อกทรัพย์สินและบัญชีธนาคารของอิหร่าน การชดเชยค่าใช้จ่ายเพื่อการฟื้นฟู การสั่งยุติการโจมตีโดยทันทีซึ่งรวมถึงในเลบานอน และการขออนุญาตใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางพลเรือน
แหล่งข่าวเผยด้วยว่า ในระหว่างการพบปะกับรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชารีฟได้กล่าวชื่นชมในความมุ่งมั่นของคณะผู้แทนทั้งสองฝ่ายที่จะร่วมหารือกันอย่างสร้างสรรค์ พร้อมแสดงความหวังว่าการเจรจาครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค โดยชารีฟย้ำว่า ปากีสถานพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานให้ทั้งสองฝ่ายต่อไป เพื่อให้เกิดความคืบหน้าไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคนี้
ด้านสื่อสหรัฐฯ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับกล่าวในเชิงแข็งกร้าวว่า เขาไม่ได้ใส่ใจว่าการเจรจากับอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัดจะดำเนินไปได้ด้วยดีหรือไม่ พร้อมขู่ว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป
ขณะที่เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำปากีสถานโพสต์ข้อความระบุว่า ยังต้องรอดูกันต่อไปว่าสหรัฐฯ จะให้เกียรติความพยายามในการเป็นตัวกลางของประเทศเจ้าภาพครั้งนี้หรือไม่
ท่ามกลางการเจรจาครั้งสำคัญนี้ มาตรการรักษาความปลอดภัยในกรุงอิสลามาบัดซึ่งเป็นเมืองหลวงของปากีสถานยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยบรรยากาศที่ศูนย์ประชุมจินนาห์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการเจรจา เต็มไปด้วยกองทัพนักข่าวทั้งในและต่างประเทศที่เฝ้าเกาะติดสถานการณ์และทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรายงานข่าวการเจรจาสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในครั้งนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 เม.ย. 69)





