
สำนักงานเลขาธิการสภาแห่งชาติเวียดนามแถลงในวันนี้ว่า เวียดนามได้ตัดสินใจขยายระยะเวลาการระงับจัดเก็บภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงออกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศ ท่ามกลางภาวะสงครามในอิหร่านที่ยังคงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง
สภาแห่งชาติ หรือรัฐสภาเวียดนาม ได้ลงมติเห็นชอบอนุมัติร่างมติปรับลดภาษีคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ลงเหลือ 0% ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน ถึงวันที่ 30 มิถุนายน โดยรัฐบาลได้รับมอบหมายให้ปรับเปลี่ยนระยะเวลาและข้อกำหนดทางภาษีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก พร้อมทั้งรายงานต่อรัฐสภาให้ทราบต่อไป
ก่อนหน้านี้รัฐบาลเวียดนามได้ประกาศใช้มาตรการลดภาษีดังกล่าว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึง 15 เมษายน
ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าระบุว่า ปัจจุบันภาษีมูลค่าเพิ่มมีสัดส่วนประมาณ 7.4% ของราคาฐานน้ำมัน ขณะที่ภาษีคุ้มครองสิ่งแวดล้อมมีสัดส่วนระหว่าง 2.7% – 6% และภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ 6.7%
สื่อเวียดนามรายงานว่า การปรับลดภาษีครั้งนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญในการควบคุมเงินเฟ้อและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ท่ามกลางราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ข้อมูลจาก Petrolimex ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ระบุว่า ราคาน้ำมันในเวียดนามพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวสูงขึ้นถึง 17% ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นถึง 70%
ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคของเวียดนาม (CPI) ในเดือนมีนาคมปรับตัวสูงขึ้น 4.65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าขนส่งที่ทะยานสูงขึ้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อเป้าหมายของประเทศในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ที่ไม่เกิน 4.5% สำหรับปีนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 เม.ย. 69)





